วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

ตอนที่ 2 การตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด

การตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด (CT-Audit)
ขั้นตอนการตรวจประเมิน
เทคโนโลยีสะอาด ส่วนใหญ่จะเป็นการวิเคราะห์กระบวนการผลิต หาแหล่งกำเนิดของเสียและสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT-option) เพื่อลดของเสียนั้น ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตดีขึ้น ใช้วันถุดิบน้อยลง กากของเสียไม่มีหรือมีน้อยเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตแบบเดิม
5 ขั้นตอนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด


การตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด
กระบวนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด (CT-Audit) ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่ 5 ขั้นตอน คือ การวางแผนจัดองค์กร การตรวจประเมินเบื้องต้น การตรวจประเมินละเอียด การศึกษาความเป็นไปได้ และการลงมือปฏิบัติ
ขั้นตอนการประยุกต์เทคโนโลยีสะอาด
การใช้เทคโนโลยีสะอาดในองค์กรต่าง ๆ ทำได้โดยวิธีการตรวจสอบเทคโนโลยีสะอาดมาใช้โดยวิธีการตรวจสอบเทคโนโลยีสะอาด (CT- audit)

ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนและการจัดการองค์กร (Planning & Organization)

เป็นขั้นตอนที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจังที่จะนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้โดยการกำหนดเป็นนโยบายสิ่งแวดล้อม ให้ชัดเจน และต้องกำหนดแผนงานถ่ายทอดสู่พนักงานทุกคน กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่มีลักษณะที่ชัดเจน ยืดหยุ่นและปฏิบัติได้ พร้อมทั้ง จัดตั้งคณะทำงาน เทคโนโลยีสะอาด ที่ประกอบด้วยผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ ผู้ผลักดันให้เกิดโครงการ ผู้มีความชำนาญด้านเทคนิค ผู้ประสานงานเป็นต้น
การกำหนดเป้าหมายซึ่งจะเป็นแนวทาง ในการทำเทคโนโลยี สะอาด และการพิจารณาถึง อุปสรรค ซึ่งอาจมีผลต่อการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมการป้องกัน

ขั้นตอนที่ 2 การประเมินเบื้องต้น

การตรวจประเมินเบื้องต้น หมายถึงกระบวนการสำรวจ ค้นหา ปัญหาและสาเหตุ ของการสูญเสีย รวมถึงการประเมินผลกระทบ และบริเวณที่มีศักยภาพในการทำเทคโนโลยีสะอาด โดยรวม โดยอาศัยหลักสามัญสำนึกเป็นส่วนใหญ่ และไม่ลงลึกในรายละเอียด เป็นขั้นตอนของการเตรียมการเพื่อดำเนินงานตรวจสอบมลพิษ (Preassessment Phase) เตรียมความพร้อมในการสำรวจโรงงาน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อาทิ
- ปริมาณการใช้วัตถุดิบ เช่น น้ำ สารเคมี เชื้อเพลิง ไฟฟ้า
- กำลังการผลิตและกระบวนการผลิต
- ปริมาณของเสียในรูปของแข็ง ของเหลว ก๊าซ
- ค่าใช้จ่ายในการผลิตและการบำบัดของเสีย
- การนำกลับมาใช้ใหม่

ขั้นตอนที่ 3 การตรวจประเมินละเอียด (Assessment Phase)

การประเมินโอกาศโดยละเอียด หมายถึง กระบวนกรศึกษาวิเคราะห์ โดยจัดทำ สมดุลมวลสารและพลังงาน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุ และแหล่งกำเนิดของของเสีย มลพิษ การสูญเสีย ทรัพยากร และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เป็นการนำข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดในขั้นตอนที่ 2 มาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาสาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษและทางแก้ไขอย่างเหมาะสมจากนั้นจึงกำหนดชุดทางเลือก การตรวจประเมิน เทคโนโลยี สะอาดโดยละเอียด เพื่อการศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป


ขั้นตอนที่ 4 การศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Feasibility Study)

การศึกษาความเป็นไปได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงระดับความละเอียด ที่ต้องการศึกษา ในแต่ละทางเลือก และความพร้อมของข้อมูล โดยประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน ผลดีและผลเสีย ในแง่ต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคนิค เป็นต้น และผลที่ได้ เป็นการประเมินทางเลือกที่กำหนดขึ้นเพื่อจัดลำดับความเป็นไปได้ คือ รายการลำดับ ความสำคัญ ของทางเลือกที่มีความคุ้มค่าในการลงทุนแล้วจึงประเมินความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิค ความยากง่ายในทางปฏิบัติ

ขั้นตอนที่ 5 การลงมือปฏิบัติ (Implementation)

การลงมือปฎิบัติ เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะเป็นเครื่อง บ่งชี้ว่า โครงการแต่ละโครงการที่ทำนั้นประสบผลสำเร็จตามแผน และเป้าหมายที่วางไว้ เป็นการนำแนวทางที่ได้คัดเลือกไว้มาลงมือปฏิบัติจริง รวมทั้งมีการติดตามและประเมินผลที่ได้รับ รวบรวมปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เปรียบเทียบผลที่ได้รับก่อนและหลังการนำเทคโนโลยีสะอาดไปใช้ การติดตามประเมินผลนั้น นอกจากจะบ่งชี้ถึงความสำเร็จแล้ว ถ้าทำให้ทราบถึงปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข ทำให้กิจกรรมเทคโนโลยีสะอาดดำเนินไป อย่างต่อเนื่อง

สรุป
ในขั้นตอนที่ 2 และ 3 จะเกี่ยวข้องกับการสร้างแผนภาพกระบวนการผลิต (Process Flow Diagram) พิจารณาสิ่งที่เข้าและออก (Input – Output) ในแต่ละหน่วยปฏิบัติการ ทำดุลมวลและดุลพลังงาน ซึ่งจะทำให้เข้าใจถึงแหล่งและปริมาณของของเสียที่ออกมกแล้ววิเคราะห์หาสาเหตุ และหาวิธีป้องกันแก้ไขโดยทำเป็นข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT – Option)

ปัจจัย 5 ประการในการวิเคราะห์สาเหตุ คือ
- วัตถุดิบ (Material)
- เทคโนโลยี (Technology)
- ผลิตภัณฑ์ (Product)
- การจัดการ (Management)
- ของเสีย (การใช้ซ้ำ ) หรือการหมุนเวียนไปใช้อีก (Recycle)
ซึ่งโดยทั่วไปจะพบว่าการจัดการอย่างง่ายสามารถลดของเสียและค่าใช้จ่ายลงได้กว่า 50%
จะเห็นได้ว่าการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้นั้น สามารถนำมาใช้ได้ทุกด้านไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต ภาคการบริการโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ชุมชนและที่สำคัญที่สุดคือ ภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นภาคหลัก ที่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า กากอุตสาหกรรมมากที่สุด ดังนั้นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยนำเทคโนโลยีสะอาดไปใช้จึงเน้นหนักที่ภาคอุตสาหกรรม
สำหรับตอนนี้จะแนะนำขั้นตอนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งรายละเอียดทุกขั้นตอนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน และที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้กิจกรรมเทคโนโลยีสะอาดดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น