บทที่ 10
การลงมือปฏิบัติ
สาระการเรียนรู้
เพื่อความรู้ความเข้าใจในการเตรียมแผนปฎิบัติงาน สร้างทักษะในการนำข้อเสนอ เทคโนโลยีสะอาดไปสู่การปฎิบัติ และเพื่อ.ให้สามารถตรวจวัดและประเมินความก้าวหน้า ของการปฎิบัติงานได้
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อความรู้ความเข้าใจในการเตรียมแผนปฎิบัติงาน
2. เพื่อเพิ่มทักษะในการนำข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาดไปสู่การปฎิบัติได้
3. เพื่อตรวจวัดและประเมินความก้าวหน้าของการปฎิบัติงานได้
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. มีความรู้ความเข้าใจในการเตรียมแผนปฎิบัติงาน
2. มีทักษะในการนำข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาดไปสู่การปฎิบัติได้
3. สามารถตรวจวัดและประเมินความก้าวหน้าของการปฎิบัติงานได้
บทที่ 10
การลงมือปฏิบัติ
ขั้นที่ 5 การลงมือปฏิบัติ
วัตถุประสงค์
1. มีการปฏิบัติตามข้อเสนอ CT ที่เหมาะสม
2. มีการตรวจวัดและติดตามประเมินผล
3. มีแผนการจัดทำกิจกรรม CT อย่างต่อเนื่อง
งาน 4 อย่างของขั้นตอนลงมือปฏิบัติ
ข้อเสนอ CT ที่เหมาะสม
งานที่ 17 การเตรียมแผนปฏิบัติงาน
งานที่ 18 การนำข้อเสนอ CT ไปสู่การปฏิบัติ
งานที่ 19 การตรวจวัดและประเมินความก้าวหน้า
งานที่ 20 การทำกิจกรรม CT อย่างต่อเนื่อง
ในขั้นตอนนี้ เป็นการเก็บเกี่ยวผลจากงานตรวจประเมินที่ทำมาตลอด จึงควรให้ทุกคนในทีมงานมีส่วนร่วมและกระตือรือร้นต่อผลสำเร็จที่จะได้รับ การตรวจวัดผลก็เป็นหัวใจสำคัญยิ่งของขั้นตอนนี้
งานที่ 17 การเตรียมแผนปฎิบัติการ
เพื่อเตรียมแผนปฏิบัติตามข้อเสนอ CT โดยรวมข้อมูลระยะเวลา เงินทุน และกำลังคน ที่ต้องการ
1. ตรวจผลสอบการตรวจประเมิน CT รวมทั้งศึกษาผลการปฏิบัติตามข้อเสนอ CT ที่ลงทุนต่ำหรือไม่ต้องลงทุนที่ได้ปฏิบัติไปแล้ว
2. เตรียมด้านการเงิน เป็นการเตรียมเงินลงทุนที่ต้องใช้ผลการศึกษาความเป็นไปได้
3. ติดต่อแผนกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามข้อเสนอ CT บางกรณีอาจต้องเตรียมการฝึกอบรมพนักงาน
4. จัดทำตารางกำหนดเวลาการปฏิบัติงานตามข้อเสนอ CT ระบุกิจกรรม ผู้รับผิดชอบ ผลที่คาดว่าจะได้รับ ระยะเวลาตรวจวัด และประเมินผลความก้าวหน้า นอกจากนี้ควรกำหนดเวลาที่ต้องใช้เงินทุน การตัดสินใจของฝ่ายบริการและเวลาสิ้นสุดโครงการ
5. การติดตามผล เตรียมการให้มั่นใจว่าจะมีการดำเนินกิจกรรม CT อย่างต่อเนื่อง ร่วมถึงถ่ายทอดประสบการณ์ CT ให้แพร่หลายต่อบุคลากรที่เกี่ยวข้องในองค์กร
งาน 18 การนำเสนอ CT สู่การปฏิบัติ
การปฏิบัติตามข้อเสนอ CT เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงหรือจัดหาอุปกรณ์ใหม่ ๆ เช่นเดียวกับโครงการลงทุนอื่น ๆ บริษัทจึงสามารถใช้วิธีดำเนินการปฏิบัติแบบเดียวกัน
การปฏิบัติตามข้อเสนอ CT มีขั้นตอนทั่วไปดั้งนี้ : การวางแผน การออกแบบ การจัดหาอุปกรณ์ และการลงมือติดตั้งในหลายกรณีต้องมีการฝึกอบรมพนักงานให้พร้อมด้วย (ตามที่ระบุใว้ในขั้นการประเมินทางเทคนิค)
งาน 19 : การตรวจวัด/ประเมินความก้าวหน้า
การตรวจวัด/ประเมินผลตามข้อเสนอ CT ควรเปรียบเทียบผลที่ได้จริง กับผลที่คาดว่า จะได้รับจากขั้นที่ 4
1. การตรวจวัดความก้าวหน้าของการปฏิบัติตามข้อเสนอ CT : ทำได้ 3 วิธี คือ วัดปริมาณของเสียที่ลดลง วัดปริมาณทรัพยากรที่ใช้ลดลง (น้ำ พลังงาน สารเคมี ฯลฯ) และวัดกำไร ที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของบริษัทเองจะสนใจกำไรที่ได้ ซึ่งมาจากค่าวัตถุดิบ/ค่าดำเนินการ/ค่าจัดการ/ค่าบำบัดของเสียที่ลดลงนั่นเอง
2. การเปรียบเทียบ “ก่อน-และ-หลัง” : เป็นการแสดงผลสำเร็จของผู้บริการ และพนักงานได้อย่างชัดเจน
แม้ค่าวัตถุดิบและค่าแรงจะเพิ่ม แต่กำลังผลิตที่เพิ่ม ประกอบกับปริมาณน้ำ ไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเสีย (ในรูปของ COD ) ลดน้อยลงทำให้ผลรวมดีขึ้น ประเด็นสำคัญ ที่ควรพิจารณา คือ
- ข้อเสนอ CT ให้ประโยชน์เชิงเศรษฐศาสตร์เท่าไร เป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่
- ปริมาณของเสีย และความเป็นพิษลดลงหรือไม่ เท่าไร
- การใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ สารเคมี พลังงาน ลดลงหรือไม่ เท่าไร
- ได้ผลตามเป้าหมายหรือไม่ ควรปรับปรุงจุดใดเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร
ข้อมูลเอกสารทั้งหมดควรรวบรวมเป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกต่อการเริ่มงาน CT จุดอื่นต่อไป โดยควรมี
- นโยบาย CT /ซีตงาน CT ที่ใช้ทั้งหมด / การตรวจประเมินหาสาเหตุของของเสีย
- ข้อเสนอ CT ทั้งหมด / ข้อเสนอ CT เหมาะสมทั้งด้านเทคนิค เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม
- แผนลงมือปฏิบัติ / ผลจากข้อเสนอ CT เปรียบเทียบก่อน - หลัง
- รายงานสรุปประเมินผล / แผนปฏิบัติงาน CT ระยะยาว
งานที่ 20 : การทำกิจกรรม CT อย่างต่อเรื่อง
เพื่อให้มีกิจกรรม CT อย่างต่อเนื่องในบริษัท ทำให้เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเกิดผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
1. ให้ความสำคัญต่อกิจกรรม CT อย่างต่อเนื่อง : อย่าให้กิจกรรม CT เป็นเพียงงานชั่วคราว หรือสิ้นสุดหลังลงมือปฏิบัติตามข้อเสนอ CT 1-2 ข้อ กิจกรรม CT ระยะแรกจะทำให้ทีมงานมีประสบการณ์ และทำงาน CT ต่อๆ ไปได้รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. ออกแบบโครงการ CT : พยายามให้บรรจุอยู่ในการบริหารองค์กร เพื่อให้มีการใช้ CT ในทุกส่วนขององค์กร นอกจากนโยบาย CT ที่ชัดเจนของบริษัทแล้ว บริษัทควรดำเนินการต่อไปนี้
- กำหนดตัวผู้ประสานงานของกิจกรรม CT (โดยทั่วไปจะเป็นหัวหน้า CT )
- จัดทำแผนปฏิบัติงานของกิจกรรม CT ทั้งระยะสั้นและระยะยาว จากประสบการณ์ที่ได้รับมาตลอดโครงการ
- ประเมินผลและปรับปรุงโครงการ CT อย่างต่อเนื่อง
3. บรรจุ CT เข้าในแผนดำเนินธุรกิจขององค์กร : แผนดำเนินธุรกิจประกอบด้วย แผนการตาด แผนปฏิบัติงาน แผนการเงิน แผนงานวิจัยและพัฒนา และแผนการบริหาร / การจัดการ เป็นต้น CT สามารถเป็นส่วนเสริมอย่างสำคัญต่อความสำเร็จของแต่ละแผนงานได้
- แผนการตลาด : CT จะช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดีให้องค์กร ขยายตลาดที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นได้
- แผนปฏิบัติงาน : CT จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้วัตถุดิบ ปรับปรุงการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลดของเสีย เพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ตลอดจนมีแผนซ่อมบำรุงเครื่องจักร อุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
- แผนการเงิน : การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ของข้อเสนอ CT เป็นตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัด ถ้าบริษัทบรรจุแผนการเงินด้านการจัดการของเสีย การประหยัดเมื่อใช้ CT จะทำให้แผนการเงินสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- แผนงานวิจัยและพัฒนา : ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ CT เช่น การจัดองค์กร การขาดข้อมูลการผลิตและปัญหาทางเทคนิคที่พบในขั้นตอนการประเมินความเป็นไปได้ สามารถนำมาเป็นงานวิจัยและพัฒนาของบริษัทได้
- แผนการบริหาร / การจัดการ : CT ต้องการข้อมูลที่บันทึกอย่างเป็นระบบจาก ทุกฝ่าย เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี ฝ่ายผลิต ฯลฯ ถ้าการบริหารและจัดการมีระบบตรวจสอบและบันทึกข้อมูล ตามแนวของ CT จะทำให้การบริหารมีประสิทธิภาพ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างพร้อมมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิตและการจัดการสิ่งแวดล้อม
การดำเนินกิจกรรม CT อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการกำจัดของเสียอยู่ตลอดเวลา นับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งใน “ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม” (Environmental Management System : EMS) ซึ่งเป็น “มาตรฐาน OSO 14001” ใน “มาตรฐาน ISO 1400”
จากประสบการณ์การใช้ CT ในอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทย พบว่า CT สามารถช่วยบริษัทได้ทั้งทางตรงคือ การลดของเสีย ลดการใช้ทรัพยากร (น้ำ ไอน้ำ พลังงาน ฯลฯ) และลดค่าใช้จ่ายต้นทุนการผลิต นอกจากนี้หลักการของ CT ยังช่วยผู้บริหารและบริษัทโดยรวมในทางอ้อม โดยใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจการของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ดีขึ้น หลายๆ บริษัทที่เข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสะอาดในอุตสาหกรรมไทย” ได้ริเริ่มดำเนินกิจกรรมการวางระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (EMS) ไปพร้อมๆ กันด้วย และพบว่าระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือที่สำคัญให้มีการใช้ CT อย่างเป็นระบบ มีการตรวจวัดประเมินผล และปรับปรุงตลอดเวลา ทำให้มั่นใจได้ว่ากิจกรรม CT จะดำเนินอย่างต่อเนื่องภายในองค์กร และก่อให้เกิดผลดีต่อองค์กรอยู่เสมอ
วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552
คุณภาพชีวิตกับเทคโนโลยีสะอาด บทที่ 9 การศึกษาความเป็นไปได้
บทที่ 9
การศึกษาความเป็นไปได้
สาระการเรียนรู้
เรียนรูถึงการประเมินเบื้องต้น การประเมินทางเทคนิค การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ การประเมินทางสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการเลือกข้อเสนอ CT
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อประเมินเบื้องต้นตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด
2. เพื่อประเมินทางเทคนิคตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด
3. เพื่อประเมินทางเศรษฐศาสตร์ตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด
4. เพื่อประเมินทางสิ่งแวดล้อมตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด
5. เพื่อสร้างทักษะในการเลือกข้อเสนอ CT
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. สามารถประเมินเบื้องต้นตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาดได้
2. สามารถประเมินทางเทคนิคตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาดได้
3. สามารถประเมินทางเศรษฐศาสตร์ตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาดได้
4. สามารถประเมินทางสิ่งแวดล้อมตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาดได้
5. มีทักษะในการเลือกข้อเสนอ CT
บทที่ 9
การศึกษาความเป็นไปได้
ขั้นที่ 4 การศึกษาความเป็นไปได้
วัตถุประสงค์ของการศึกษาความเป็นไปได้ คือเพื่อเลือกข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด สำหรับการลงมือปฎิบัติ
ผลที่ได้จากขั้นตอนที่ 4
- ได้ข้อเสนอที่เป็นไปได้
- ผลที่คาดว่าจะได้จากแต่ละข้อเสนอ มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจน
ในชั้นนี้จะแยกชุดข้อเสนอ CT ดังเกณฑ์ต่อไปนี้
- เป็นข้อเสนอที่ทำโดยการเปลี่ยนวิธีการทำงาน หรือต้องการการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค
- เป็นข้อเสนอที่ค่อนข้างต่ำ หรือข้อเสนอที่ลงทุนสูง
ชุดข้อเสนอที่เปลี่ยนวิธีทำงาน ทำได้ง่าย และลงทุนต่ำ อาจไม่จำเป็นต้องศึกษาประเมินละเอียดในชั้นต่อไป
งาน 5 อย่าง ของขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้
ชุดข้อเสนอ CT งาน 12 การประเมินเบื้องต้น
งาน 13 การประเมินทางเทคนิค
งาน 14 การประเมินทางเศรษฐศาสตร์
งาน 15 การประเมินทางสิ่งแวดล้อม
งาน 16 การเลือกข้อเสนอ CT (ที่เป็นไปได้และเหมาะสม)
งานที่ 12 การประเมินเบื้องต้น
เพื่อประเมินว่าแต่ละข้อเสนอ CT ต้องศึกษารายละเอียดมากถึงระดับใด ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง เนื่องจากแต่ละข้อเสนอ CT มีความแตกต่าง ไม่จำเป็นต้องศึกษาละเอียดทุกกรณี
งานที่ 13 การประเมินทางเทคนิค
เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางเทคนิคของข้อเสนอ CT ใช้กับข้อเสนอที่ลงทุนสูง เป็นการประเมินผลกระทบต่อกระบวนการ ต่อผลิตภัณฑ์ ต่ออัตราการผลิต ความปลอดภัย ฯลฯ โดยอาจทดสอบในห้องปฏิบัติการในบางส่วนของสายการผลิต หรือประสบการณ์ของบริษัทอื่น หรือจากผู้ผลิต รายละเอียดการประเมินทางเทคนิค ควรทำตามหัวข้อต่อไปนี้
- แจกแจงรายละเอียดของข้อเสนอ CT เช่น เปลี่ยนอุปกรณ์ เกณฑ์การผลิต หรือวัตถุดิบ
- รูปแบบของการเปลี่ยนแปลง เช่น ลักษณะทั่งไปของอุปกรณ์ แผนภูมิกระบวนการ ดุลมวลและพลังงาน วิธีการทำงาน พื้นที่ที่ใช้ สาธารณูปโภคที่ต้องการ ตารางการผลิต
- ผลกระทบต่อการผลิต เช่น ต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ต่ออัตราการผลิต ช่วงเวลาหยุดการผลิต ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- ผลกระทบต่อจำนวนพนักงาน การฝึกอบรม การบำรุงรักษา พื้นที่ขนส่งเก็บวัสดุ ห้องปฏิบัติการ
- ผลกระทบทางกฎหมาย เช่น ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การขยายโรงงาน ฯลฯ
งานที่ 14 การประเมินทางเศรษฐศาสตร์
เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางเทคนิคของข้อเสนอ CT นับเป็นเกณฑ์การตัดสินใจที่สำคัญยิ่ง ควรพิจารณาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีมากๆ อย่าเลือกจากหลักเกณฑ์แฝง เช่น ความโก้เก๋ ไฮเทค เพราะอาจทำให้ได้ผลไม่คุ้มค่า เป็นผลเสียต่อการลงทุนในโครงการอื่น ๆ ต่อไป
1. รวบรวมข้อมูลเพื่อคำนวณเงินลงทุนและเงินดำเนินการ
เงินลงทุนทั้งหมดเป็นผลรวมของ ค่าปรับปรุงสถานที่ ค่าอุปกรณ์การผลิต อะไหล่ ค่าวัสดุ ก่อสร้าง ค่าติดตั้งสาธารณูปโภค ค่าคุมงานก่อสร้าง ค่าที่ปรึกษา ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ นอกจากเงินลงทุน ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผลิตที่ลดลงหรือประหยัดได้จากการดำเนินงาน ตามข้อเสนอ CT ได้แก่ การลดค่าบำบัดของเสีย ค่าวัตถุดิบและพลังงาน ค่าประกันภัย กำไรจากคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น กำไรจากค่าผลิตค่าบำรุงรักษา กำไรจากผลผลิตและ/หรือผลพลอยไดที่เพิ่มขึ้น
2. การวิเคราะห์ผลกำไร
วิธีวิเคราะห์มาตรฐานวัดผลกำไร ได้แก่
- ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period)
คำนวณจาก
ระยะเวลาคืนทุน (ปี) = เงินทุนทั้งหมด/เงินกำไรเฉลี่ยต่อปี
วิธีนี้นิยมใช้เพราะสะดวก รวดเร็ว แต่ถ้าเป็นโครงการใหญ่ลงทุนสูงมาก ๆ จะใช้วิธีละเอียดขึ้น
- มูลค่าเงินปัจจุบัน (NPV) ใช้ดูเพิ่มเติมจากระยะเวลาคืนทุน โดยโครงการจะเป็นไปได้ เมื่อ NPV เป็นบวก คำนวณจาก
NPV = ผลรวมกระแสเงินสด I
j J = 0 (1+I)
j โดย ก = อายุงานของอุปกรณ์ที่ติดตั้ง(ปี) i = อัตราดอกเบี้ย (%) I = เงินลงทุนทั้งหมด 1/(1+I ) ปัจจัยลดที่คำนวณต่อปี สำหรับอัตราดอกเบี้ย i
- อัตราตอบแทนการลงทุน (IRR) ใช้ร่วมกับ NPV โดยคำนวณจาก
IRR = i2 + NPV (+)(i2-i1)
NPV(+) + NPV(-)
โดย i1 = อัตราผลตอบแทนต่ำที่ NPV (+)
i2 = อัตราผลตอบแทนสูงที่ NPV (-)
งานที่ 15 การประเมินทางสิ่งแวดล้อม
เพื่อประเมินผลดีหรือเสียต่อสิ่งแวดล้อมของข้อเสนอ CT เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะ CT เป็นเครื่องมือลดของเสียและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การประเมินทำได้ 3 ระดับ คือ
- ประเมินอย่างง่ายถึงปริมาณของเสียความเป็นพิษ และพลังงานที่ลดลง
- การประเมินละเอียดถึงผลขององค์ประกอบในสารป้อนและสารขาออกใหม่ที่ใช้
- การประเมินวงจรชีวิต(LCA) อย่างง่ายโดยทั่วไป วิธีแรกก็เพียงพอในการประเมินสิ่งแวดล้อมสำหรับข้อเสนอ CT การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อาจใช้ข้อมูลจากข้อมูลความปลอดภัยของวัตถุ สารระเหยได้ ค่าบีโอดี(BOD) สารลดโอโซน เป็นต้น
งานที่ 16 การเลือกข้อเสนอ CT
เพื่อบันทึกผลการศึกษาความเป็นไปได้และข้อเสนอ CT สำหรับลงมือปฏิบัติ ข้อเสนอที่ไม่เหมาะสม หรือยังไม่พร้อมปฏิบัติ จะถูกเก็บรวบรวมไว้ใช้ในโอกาสต่อไป
1. บันทึกข้อเสนอที่เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้
ผลการศึกษาใช้เพื่อขออนุมัติการลงมือปฏิบัติการ และอาจใช้ในรูปการขอกู้เงินหรือสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกอื่นๆ เนื้อหาในรายงานนี้ควรประกอบด้วย
- ปริมาณพลังงาน และของเสียที่คาดว่าจะลดลงได้
- ค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ ทั้งที่คำนวณเป็นตัวเงิน และข้อดีอื่นๆ เช่น ภาพพจน์ ฯลฯ
- เงินทุนและแหล่งเงินทุน ระยะเวลา และความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
- วิธีเปรียบเทียบก่อนและหลังการใช้ข้อเสนอ CT
- ความสามารถของการแข่งขันของบริษัทที่คาดหวังในอนาคต
2. ข้อเสนอ CT ที่เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้
ควรตัดข้อเสนอ CT ที่ไม่เหมาะสมทางเทคนิคและสิ่งแวดล้อมออกก่อน ข้อที่เหลือจึงเปรียบเทียบกันในเรื่องความคุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์เพื่อจัดลำดับก่อนหลัง
3. เรียงลำดับข้อเสนอ CT
การเรียงลำดับข้อเสนอ CT ที่เป็นไปได้ อาจใช้สามัญสำนึก หรือใช้เกณฑ์การให้คะแนนแต่ละข้ออาจมีน้ำหนักแตกต่างกันและการให้คะแนนของทีมงานแต่ละคนอาจใช้คะแนน ตั้งแต่ 1 – 10 ผลรวมเป็นผลคูณของน้ำหนักคะแนนกับคะแนนที่ได้ เพื่อเรียงลำดับต่อไป
เกณฑ์และน้ำหนักคะแนน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทีมงาน CT และความเหมาะสมของแต่ละบริษัท ค่าคะแนนที่ควรเป็นค่าเฉลี่ยของทีมงานทุกคนหลังจากได้พิจารณาข้อดีข้อเสีย อย่างรอบคอบแล้ว
การศึกษาความเป็นไปได้
สาระการเรียนรู้
เรียนรูถึงการประเมินเบื้องต้น การประเมินทางเทคนิค การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ การประเมินทางสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการเลือกข้อเสนอ CT
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อประเมินเบื้องต้นตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด
2. เพื่อประเมินทางเทคนิคตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด
3. เพื่อประเมินทางเศรษฐศาสตร์ตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด
4. เพื่อประเมินทางสิ่งแวดล้อมตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด
5. เพื่อสร้างทักษะในการเลือกข้อเสนอ CT
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. สามารถประเมินเบื้องต้นตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาดได้
2. สามารถประเมินทางเทคนิคตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาดได้
3. สามารถประเมินทางเศรษฐศาสตร์ตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาดได้
4. สามารถประเมินทางสิ่งแวดล้อมตามวิธีการของเทคโนโลยีสะอาดได้
5. มีทักษะในการเลือกข้อเสนอ CT
บทที่ 9
การศึกษาความเป็นไปได้
ขั้นที่ 4 การศึกษาความเป็นไปได้
วัตถุประสงค์ของการศึกษาความเป็นไปได้ คือเพื่อเลือกข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด สำหรับการลงมือปฎิบัติ
ผลที่ได้จากขั้นตอนที่ 4
- ได้ข้อเสนอที่เป็นไปได้
- ผลที่คาดว่าจะได้จากแต่ละข้อเสนอ มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจน
ในชั้นนี้จะแยกชุดข้อเสนอ CT ดังเกณฑ์ต่อไปนี้
- เป็นข้อเสนอที่ทำโดยการเปลี่ยนวิธีการทำงาน หรือต้องการการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค
- เป็นข้อเสนอที่ค่อนข้างต่ำ หรือข้อเสนอที่ลงทุนสูง
ชุดข้อเสนอที่เปลี่ยนวิธีทำงาน ทำได้ง่าย และลงทุนต่ำ อาจไม่จำเป็นต้องศึกษาประเมินละเอียดในชั้นต่อไป
งาน 5 อย่าง ของขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้
ชุดข้อเสนอ CT งาน 12 การประเมินเบื้องต้น
งาน 13 การประเมินทางเทคนิค
งาน 14 การประเมินทางเศรษฐศาสตร์
งาน 15 การประเมินทางสิ่งแวดล้อม
งาน 16 การเลือกข้อเสนอ CT (ที่เป็นไปได้และเหมาะสม)
งานที่ 12 การประเมินเบื้องต้น
เพื่อประเมินว่าแต่ละข้อเสนอ CT ต้องศึกษารายละเอียดมากถึงระดับใด ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง เนื่องจากแต่ละข้อเสนอ CT มีความแตกต่าง ไม่จำเป็นต้องศึกษาละเอียดทุกกรณี
งานที่ 13 การประเมินทางเทคนิค
เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางเทคนิคของข้อเสนอ CT ใช้กับข้อเสนอที่ลงทุนสูง เป็นการประเมินผลกระทบต่อกระบวนการ ต่อผลิตภัณฑ์ ต่ออัตราการผลิต ความปลอดภัย ฯลฯ โดยอาจทดสอบในห้องปฏิบัติการในบางส่วนของสายการผลิต หรือประสบการณ์ของบริษัทอื่น หรือจากผู้ผลิต รายละเอียดการประเมินทางเทคนิค ควรทำตามหัวข้อต่อไปนี้
- แจกแจงรายละเอียดของข้อเสนอ CT เช่น เปลี่ยนอุปกรณ์ เกณฑ์การผลิต หรือวัตถุดิบ
- รูปแบบของการเปลี่ยนแปลง เช่น ลักษณะทั่งไปของอุปกรณ์ แผนภูมิกระบวนการ ดุลมวลและพลังงาน วิธีการทำงาน พื้นที่ที่ใช้ สาธารณูปโภคที่ต้องการ ตารางการผลิต
- ผลกระทบต่อการผลิต เช่น ต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ต่ออัตราการผลิต ช่วงเวลาหยุดการผลิต ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- ผลกระทบต่อจำนวนพนักงาน การฝึกอบรม การบำรุงรักษา พื้นที่ขนส่งเก็บวัสดุ ห้องปฏิบัติการ
- ผลกระทบทางกฎหมาย เช่น ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การขยายโรงงาน ฯลฯ
งานที่ 14 การประเมินทางเศรษฐศาสตร์
เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางเทคนิคของข้อเสนอ CT นับเป็นเกณฑ์การตัดสินใจที่สำคัญยิ่ง ควรพิจารณาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีมากๆ อย่าเลือกจากหลักเกณฑ์แฝง เช่น ความโก้เก๋ ไฮเทค เพราะอาจทำให้ได้ผลไม่คุ้มค่า เป็นผลเสียต่อการลงทุนในโครงการอื่น ๆ ต่อไป
1. รวบรวมข้อมูลเพื่อคำนวณเงินลงทุนและเงินดำเนินการ
เงินลงทุนทั้งหมดเป็นผลรวมของ ค่าปรับปรุงสถานที่ ค่าอุปกรณ์การผลิต อะไหล่ ค่าวัสดุ ก่อสร้าง ค่าติดตั้งสาธารณูปโภค ค่าคุมงานก่อสร้าง ค่าที่ปรึกษา ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ นอกจากเงินลงทุน ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผลิตที่ลดลงหรือประหยัดได้จากการดำเนินงาน ตามข้อเสนอ CT ได้แก่ การลดค่าบำบัดของเสีย ค่าวัตถุดิบและพลังงาน ค่าประกันภัย กำไรจากคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น กำไรจากค่าผลิตค่าบำรุงรักษา กำไรจากผลผลิตและ/หรือผลพลอยไดที่เพิ่มขึ้น
2. การวิเคราะห์ผลกำไร
วิธีวิเคราะห์มาตรฐานวัดผลกำไร ได้แก่
- ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period)
คำนวณจาก
ระยะเวลาคืนทุน (ปี) = เงินทุนทั้งหมด/เงินกำไรเฉลี่ยต่อปี
วิธีนี้นิยมใช้เพราะสะดวก รวดเร็ว แต่ถ้าเป็นโครงการใหญ่ลงทุนสูงมาก ๆ จะใช้วิธีละเอียดขึ้น
- มูลค่าเงินปัจจุบัน (NPV) ใช้ดูเพิ่มเติมจากระยะเวลาคืนทุน โดยโครงการจะเป็นไปได้ เมื่อ NPV เป็นบวก คำนวณจาก
NPV = ผลรวมกระแสเงินสด I
j J = 0 (1+I)
j โดย ก = อายุงานของอุปกรณ์ที่ติดตั้ง(ปี) i = อัตราดอกเบี้ย (%) I = เงินลงทุนทั้งหมด 1/(1+I ) ปัจจัยลดที่คำนวณต่อปี สำหรับอัตราดอกเบี้ย i
- อัตราตอบแทนการลงทุน (IRR) ใช้ร่วมกับ NPV โดยคำนวณจาก
IRR = i2 + NPV (+)(i2-i1)
NPV(+) + NPV(-)
โดย i1 = อัตราผลตอบแทนต่ำที่ NPV (+)
i2 = อัตราผลตอบแทนสูงที่ NPV (-)
งานที่ 15 การประเมินทางสิ่งแวดล้อม
เพื่อประเมินผลดีหรือเสียต่อสิ่งแวดล้อมของข้อเสนอ CT เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะ CT เป็นเครื่องมือลดของเสียและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การประเมินทำได้ 3 ระดับ คือ
- ประเมินอย่างง่ายถึงปริมาณของเสียความเป็นพิษ และพลังงานที่ลดลง
- การประเมินละเอียดถึงผลขององค์ประกอบในสารป้อนและสารขาออกใหม่ที่ใช้
- การประเมินวงจรชีวิต(LCA) อย่างง่ายโดยทั่วไป วิธีแรกก็เพียงพอในการประเมินสิ่งแวดล้อมสำหรับข้อเสนอ CT การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อาจใช้ข้อมูลจากข้อมูลความปลอดภัยของวัตถุ สารระเหยได้ ค่าบีโอดี(BOD) สารลดโอโซน เป็นต้น
งานที่ 16 การเลือกข้อเสนอ CT
เพื่อบันทึกผลการศึกษาความเป็นไปได้และข้อเสนอ CT สำหรับลงมือปฏิบัติ ข้อเสนอที่ไม่เหมาะสม หรือยังไม่พร้อมปฏิบัติ จะถูกเก็บรวบรวมไว้ใช้ในโอกาสต่อไป
1. บันทึกข้อเสนอที่เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้
ผลการศึกษาใช้เพื่อขออนุมัติการลงมือปฏิบัติการ และอาจใช้ในรูปการขอกู้เงินหรือสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกอื่นๆ เนื้อหาในรายงานนี้ควรประกอบด้วย
- ปริมาณพลังงาน และของเสียที่คาดว่าจะลดลงได้
- ค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ ทั้งที่คำนวณเป็นตัวเงิน และข้อดีอื่นๆ เช่น ภาพพจน์ ฯลฯ
- เงินทุนและแหล่งเงินทุน ระยะเวลา และความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
- วิธีเปรียบเทียบก่อนและหลังการใช้ข้อเสนอ CT
- ความสามารถของการแข่งขันของบริษัทที่คาดหวังในอนาคต
2. ข้อเสนอ CT ที่เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้
ควรตัดข้อเสนอ CT ที่ไม่เหมาะสมทางเทคนิคและสิ่งแวดล้อมออกก่อน ข้อที่เหลือจึงเปรียบเทียบกันในเรื่องความคุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์เพื่อจัดลำดับก่อนหลัง
3. เรียงลำดับข้อเสนอ CT
การเรียงลำดับข้อเสนอ CT ที่เป็นไปได้ อาจใช้สามัญสำนึก หรือใช้เกณฑ์การให้คะแนนแต่ละข้ออาจมีน้ำหนักแตกต่างกันและการให้คะแนนของทีมงานแต่ละคนอาจใช้คะแนน ตั้งแต่ 1 – 10 ผลรวมเป็นผลคูณของน้ำหนักคะแนนกับคะแนนที่ได้ เพื่อเรียงลำดับต่อไป
เกณฑ์และน้ำหนักคะแนน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทีมงาน CT และความเหมาะสมของแต่ละบริษัท ค่าคะแนนที่ควรเป็นค่าเฉลี่ยของทีมงานทุกคนหลังจากได้พิจารณาข้อดีข้อเสีย อย่างรอบคอบแล้ว
คุณภาพชีวิตกับเทคโนโลยีสะอาด บทที่ 8 การตรวจประเมินละเอียด
บทที่ 8
การตรวจประเมินละเอียด
สาระการเรียนรู้
มีความรู้ความเข้าใจในการทำดุลมวลสาร มีทักษะในการประเมินหาสาเหตุของของเสีย
สามารถสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด สามารถเลือกข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาดได้
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อทราบวิธีการจัดทำดุลมวลสาร
2. เพื่อฝึกการตรวจประเมินหาสาเหตุของของเสีย
3. เพื่อสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด
4. เพื่อคัดเลือกข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. มีความรู้ความเข้าใจในการทำดุลมวลสาร
2. มีทักษะในการประเมินหาสาเหตุของของเสีย
3. สามารถสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาดได้
4. สามารถเลือกข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาดได้
บทที่ 8
การตรวจประเมินละเอียด
ขั้นที่ 3 การตรวจประเมินโอกาสโดยละเอียด
วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างชุดข้อเมนอเทคโนโลยีสะอาด (CT – Option) พรัอมกำหนดข้อเสนที่ปฎิบัติได้ทันทีและข้อเสนอที่ต้องมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
หลังจากดำเนินตามขั้นตอนที่ 3 แล้วบริษัทจะได้
1. ได้ผลดุลมวลสารและดุลพลังงาน ที่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว
2. ได้ทราบแหล่งกำเนิดและสาเหตุการเกิดของเสีย
3. ได้ชุดเสนอเทคโนโลยีสะอาด ที่เรียงลำดับความสำคัญ
สำหรับขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียดประกอบด้วยงาน 4 อย่าง คือ
งาน 8 จัดทำดุลมวลในแต่ละหน่วยการผลิต
งาน 9 ตรวจประเมินหาสาเหตุของของเสีย
งาน 10 สร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด
งาน 11 คัดเลือกข้อเสนอ
งาน 8 จัดทำสมดุลมวลในแต่ละหน่วยการผลิต
โดยคิดปริมาณวัตถุดิบ สารอื่น ๆ ตลอดจนพลังงานที่เข้าและออกจากกระบวนการผลิต ซึ่งจะทำให้ทราบแหล่งกำเนิด และสาเหตุของของเสีย
1. วัตถุประสงค์ของการทำสมดุลมวล
สมดุลมวลช่วยให้เราทราบปริมาณสารเข้า – ออก รวมถึงราคาที่เกี่ยวข้องด้วย ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบและผลผลิตของของเสีย
- ค่าใช้จ่ายของพลังงานและผลผลิตของของเสีย
- ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ทิ้ง และในการสร้างระบบบำบัดของเสีย เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานของกฎหมาย
- ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
2. หลักการทำสมดุลมวล
มวลขาเข้า = มวลขาออก + มวลสะสม
กระบวนการหรือ หน่วยปฏิบัติการ
วัตถุดิบ
ตัวเร่งปฏิกิริยายา
น้ำ/อากาศ
พลังงาน
หมุนเวียน
ของเสียที่นำไปใช้ในกระบวนการอื่น
ไอ / ก๊าซ
ผลิตภัณฑ์
ผลพลอยได้รวมของเสียที่นำกลับมาใช้ใหม่
น้ำเสีย
กากของเหลว
กากของแข็ง
หน่วยที่ใช้ ควรวัดเป็นช่วงเวลา (ตัน/ปี หรือ ก.ก./ชม.) ควรวัดอย่างน้อย 2 กะการผลิต โดยรวมช่วงเริ่มเดินเครื่อง และช่วงการทำความสะอาดด้วย เพื่อให้ครอบคลุมและครบถ้วนทุกขั้นตอน
3. กำหนดกรอบสำหรับการทำสมดุลมวล
โดยพิจารณากรอบที่เหมาะสม (ดูจากแผนภาพในหลักการทำสมดุลมวล)
4. ตรวจสอบปริมาณมวลขาเข้า
1. วัตถุดิบและสารเคมีอื่น ๆ
2. น้ำ
3. พลังงาน
ทำให้การแยกออกเป็นชนิด หน้าที่ ราคา และพิษภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม (ถ้ามี) ในหลาย ๆ กรณีต้องทำสมดุลพลังงานควบคู่กันไป แต่ต้องแยกการคำนวณให้เห็นออกมาอย่างชัดเจน
การลดปริมาณน้ำใช้ จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มีประเด็นที่ควนพิจารณาดังนี้
- ควบคุมการใช้น้ำให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำใช้และน้ำเสียด้วย
- การฝึกวิธีทำงานที่ถูกต้อง ช่วยลดปริมาณน้ำใช้ได้
- การล้างแบบสวนทางและการนำน้ำล้างมาใช้ใหม่ ช่วยลดปริมาณน้ำลงได้
- การประหยัดพลังงานโดยให้ความร้อนแก่น้ำที่ต้องใช้ตามความจำเป็นเท่านั้น
คำถามที่ควรพิจารณาในการตรวจสอบปริมาณสารขาเข้า ได้แก่
- ปริมาณการเก็บสต๊อควัตถุดิบเหมาะสม และป้องกันการสูญเสียหรือไม่
- ระยะทางการขนถ่ายจากที่เก็บไปยังจุดใช้งานในกระบวนการผลิต สามารถลดลงได้หรือไม่
- มีการเก็บวัตถุดิบในภาชนะที่มีลักษณะคล้าย ๆกันหรือไม่ (ระวังการปนเปื้อน การใช้ผิด)
- ใช้สารที่บรรจุในถุงหมดหรือไม่ ยังมีเหลือเป็นของเสียหรือไม่
- มีการใช้สารที่มีความหนืดสูงหรือไม่ จะสามารถลดการตกค้างในภาชนะ ที่ใส่ได้อย่างไร
- สถานที่เก็บวัตถุดิบปลอดภัย เหมาะสมหรือไม่ มีปัญหาเรื่องแสงแดด ฝน ฝุ่นหรือไม่
- มีการใช้ปั๊มขนถ่ายสารหรือไม่ หรือใช้การไหลตามธรรมชาติ
- การบำรุงรักษาอุปกรณ์ดีหรือไม่
- การระวังการรั่วไหล การตกหล่นดีหรือไม่
- มีสารตกค้างในท่อขนส่งหรือไม่
- มีระบบการวัดสารที่เป็นระบบหรือไม่
5. การตรวจปริมาณมวลขาออก
แบ่งออกเป็น
1. ผลิตภัณฑ์และผลพลอยได้
2. ของเสีย / น้ำเสีย / ไอและพลังงาน
โดยสามารถจำแนกออกเป็น ชนิด ปริมาณ ราคา พิษภัยและแหล่งที่มา ถ้าเป็นของเสียจะพิจารณา
1. ข้อกฎหมาย
2. การหมุนเวียนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
3. ระบบการกำจัดและการบำบัด
4. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
5. ปัญหาอื่น ๆ
ในกรณีเป็นพลังงานที่สูญเสียต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ เพราะเป็นส่วนที่มีมูลค่ามาก การวิเคราะห์ต้องมีความละเอียดมากที่สุด ตัวอย่างเช่น
กระบวนการหรือหน่วยปฏิบัติการ
น้ำหล่อเย็น
ไอน้ำ
พลังงานในวัตถุ
ไฟฟ้า
คอนเดนเสท
การสูญเสียจากการแผ่รังสี
พลังงานในไอ
พลังงานในผลผลิตที่ร้อน
พลังงานในสารตกค้างที่ร้อน
พลังงานในน้ำหล่อเย็น
6. การใช้ซีตงานทำดุลมวลสารสำหรับหน่วยปฏิบัติการ
งานที่ 9 ตรวจประเมินหาสาเหตุของของเสีย
เพื่อหาแหล่งกำเนิดและสาเหตุของการสูญเสีย ข้อมูลจากการทำดุลมวลสาร จะช่วยให้หาสาเหตุได้ง่าย และชัดเจนทั้งยังช่วยให้สร้างข้อเสนอ CT ได้ด้วย
คำถามที่นิยมใช้ในขั้นตอนนี้คือ
- ของเสีย ไอเสีย พลังงานสูญเสียเกิดขึ้นที่ใด (SOURCE)
- ของเสีย ไอเสีย พลังงานสูญเสียเกิดจากเหตุใด (CAUSE)
วิธีการพิจารณาใช้หลักดู 5 แหล่ง ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต ได้แก่
เทคโนโลยี
กระบวนการผลิต
วัตถุดิบ
วิธีปฎิบัติงาน
ผลิตภัณฑ์
ของเสีย
1. วัตถุดิบ : เช่น การใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำ ขาดการตรวจสอบคุณภาพ มีไม่เพียงพอ การจัดเก็บไม่เหมาะสม ฯลฯ
2. ผลิตภัณฑ์ : เช่น มาตรฐานสูงเกินไป การออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม บรรจุภัณฑ์ไม่ดี มีสารพิษปน ฯลฯ
3. ของเสีย : เช่น ไม่มีการแยกสายของเสียแต่ละชนิด ไม่มีการหมุนเวียนไปใช้ใหม่ การจัดการของเสียไม่เหมาะสม
4. การปฏิบัติงาน : เช่น คนงานด้อยคุณภาพ ทำงานตามใจชอบ ขาดการฝึกอบรม ไม่มีระบบทำโทษ/ให้ความดีความชอบที่เหมาะสม ผู้บริหารสนใจแต่การผลิตไม่สนใจคนงาน ฯลฯ
5. เทคโนโลยี :
- ด้านการปฏิบัติงานและบำรุงรักษา เช่น เดินเครื่องโดยไม่จำเป็น ขาดการบำรุงรักษา มีรอยรั่วล้นทิ้ง ฯลฯ
- ด้านการออกแบบอุปกรณ์และกระบวนการ เช่น ขนาดอุปกรณ์ไม่เหมาะสม การขนถ่ายไม่เป็นระบบ ฯลฯ
- ด้านการวางผัง เช่น ขยายการผลิตโดยขาดแผนงาน การวางผังไม่เหมาะสม การขนถ่ายไม่เป็นระบบ ฯลฯ
- ด้านเทคโนโลยี เช่น ใช้เทคโนโลยีล้าสมัยสิ้นเปลือง ใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสม ฯลฯ
งานที่ 10 สร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT)
เมื่อได้ข้อมูลมวลมวลสาร และทราบแหล่งกำเนิดและสาเหตุของการสูญเสีย จะเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างสรรค์ ระดมความคิดให้ข้อเสนอ CT เพื่อนำไปสู่การลดของเสียดังกล่าว
1. แหล่งข้อมูลในการสร้างข้อเสนอ CT
การระดมความเห็นสร้างข้อเสนอ CT ของทีมงานตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดของเสีย ขึ้นกับความรู้ และประสบการณ์ของสมาชิกในทีม แหล่งข้อมูลที่อาจช่วยเสริม ได้แก่ มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ผู้ผลิตอุปกรณ์ ที่ปรึกษาศูนย์ข้อมูล CT เป็นต้น
2. โครงสร้างการสร้างข้อเสนอ CT
เทคนิคในการสร้างข้อเสนอ CT สามารถสร้างได้จากการพิจารณาปัจจัย 5 ประการ คือ
เปลี่ยนแปลง/ปรับปรุงเทคโนโลยี
กระบวนการผลิต
เปลี่ยน/ปรับปรุงผลิตภัณฑ์
เปลี่ยน/ปรับปรุงวัตถุดิบ
วิธีปฎิบัติงานที่ดี
หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่
- การเปลี่ยน/ปรับปรุงวัตถุดิบ เช่น ใช้วัตถุดิบสะอาด คุณภาพดี ใช้วัตถุดิบทดแทน
- การเรียน/ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เช่น เปลี่ยนมาตรฐานคุณภาพ เปลี่ยนองค์ประกอบ ทำผลิตภัณฑ์ทดแทนอื่น ๆ
- การใช้วิธีปฎิบัติงานที่ดี หมายถึง การดูแล การจัดการที่เหมาะสม ทำได้โดยไม่ต้องลงทุนหรือลงทุนเพียงเล็กน้อย เช่น จัดระบบการบริหารงานบุคคล ฝึกอบรมพนักงาน ใช้เทคนิคป้องกันการสูญเสีย แยกสายของเสียแต่ละประเภท วางระบบเก็บรักษาวัตถุดิบอุปกรณ์ วางระบบตรวจสอบคิดค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน จัดวางแผนการผลิตให้เหมาะสม เป็นต้น
- การเปลี่ยน/ปรับปรุงเทคโนโลยี ทำโดยดัดแปลงอุปกรณ์ หรือกระบวนการผลิต ทั้งการปรับปรุงเล็กน้อย ใช้ค่าใช้จ่ายต่ำ หรือการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ลงทุนสูง เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติ การปรับปรุงระบบท่อสายพาน อุปกรณ์ การปรับเปลี่ยนสภาวะการผลิต และการควบคุม อุณหภูมิ ความดัน อัตราการไหล เป็นต้น
- การใช้ซ้ำ/หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ สามารถทำได้ตลอดเวลาเมื่อมีโอกาส จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดของเสียได้เป็นอันมาก
3. การสร้างข้อเสนอ CT ระหว่างการระดมความคิดเห็น
การระดมความคิดเห็น สร้างข้อเสนอ CT อย่างเต็มที่
- ควรสร้างบรรยากาศให้มีการเสนอความเห็น และข้อเสนอ CT อย่างเต็มที่
- ทุกความเห็น ทุกข้อเสนอ ควรบันทึกไว้ให้หมด ไม่ควรตัดทิ้งในขั้นตอนนี้
- ยึดหลัก 5 ประการ ในข้อ 2 เพื่อสร้างข้อเสนอ CT อย่างเป็นระบบ
- ถ้าการประชุมครั้งเดียวยังได้ข้อเสนอไม่เพียงพอ อาจระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมภายหลังได้
ใช้ชีตงานช่วยสำหรับการบันทึกข้อเสนอ CT ได้ดังนี้
ข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT)
หน่วยปฏิบัติการ : วันที่ :
ข้อเสนอ CT
สามารถใช้เพื่อ :
โดยวิธี :
เปลี่ยน/ปรับปรุงวัตถุดิบ
1.
2.
3.
เปลี่ยน/ปรับปรุงผลิตภัณฑ์
1.
2
3.
วิธีปฎิบัติงานที่ดี
1.
2.
3.
เปลี่ยน/ปรับปรุงเทคโนโลยี
1.
2.
3.
ใช้ซ้ำ/หมุนเวียนใช้ใหม่
1.
2.
3.
งานที่ 11 คัดเลือกข้อเสนอ CT
งานนี้จะคัดเลือกและเรียงลำดับข้อเสนอ CT ข้อเสนอที่มีความเป็นไปได้ แต่ต้องใช้เงินลงทุนจะได้รับการพิจารณาศึกษาต่อไป
1. จัดกลุ่มข้อเสนอ CT เป็นชุดสำเร็จรูป
ควรจัดหมวดหมู่ข้อเสนอ CT ไม่ควรตัดทิ้งข้อเสนอใด ๆ ยกเว้นเห็นเด่นชัดว่าเป็นไปไม่ได้ ดังนี้
- จัดกลุ่มข้อเสนอแต่ละหน่วยปฏิบัติการให้เป็นระบบ
- ลงมือปฏิบัติตามข้อเสนอ CT ที่เห็นผลชัดเจน มีการลงทุนต่ำหรือไม่ต้องลงทุน
- ตัดข้อเสนอ CT ที่ไม่เหมาะสม เช่น เป็นไปไม่ได้ ลงทุนสูงเกินไป
2. เรียงลำดับข้อเสนอ CT
กลุ่มข้อเสนอ CT มักมีค่อนข้างมาก การเรียงลำดับจะช่วยให้สามารถเลือกพิจารณาศึกษาข้อเสนอที่สำคัญ และเป็นประโยชน์มากก่อนการเรียงลำดับ มีหลักพิจารณา 4 ประการ ดังนี้
- ความเป็นไปได้ เช่น มีผู้ผลิตอุปกรณ์ที่จำเป็น มีการใช้ข้อเสนอ CT นี้แล้ว มีผู้รู้ให้คำปรึกษาได้ เป็นต้น
- ความเหมาะสม เช่น เหมาะกับการผลิตและผลิตภัณฑ์ของโรงงาน เหมาะกับวัฒนธรรมขององค์กร ไม่ต้องดัดแปลงมาก เป็นต้น
- ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เช่น ลดผลกระทบได้มากน้อยเพียงใด ลดปัญหาความเป็นพิษและสุขภาพพนักงาน เป็นต้น
- ความเป็นไปได้เชิงเศรษฐศาสตร์ เช่น ค่าใช้จ่ายและผลกำไรมากน้อยเพียงใด การลงทุนมากน้อยเพียงใด
รายงานตรวจสอบสำหรับขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียด
ใช้เพื่อทบทวนงานในขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียด
รายการ
1. ทำดุลมวลสารครบทุกหน่วยปฏิบัติการ ที่ระบุในขั้นตอนประเมินเบื้องต้น
2. ใส่ข้อมูลราคาที่ใช้จ่าย ลงในการทำดุลมวลสารแล้ว
3. ได้ระบุสาเหตุและแหล่งกำเนิดของของเสียและพลังงานสูญเสียแล้ว
4. เข้าใจสาเหตุของการเกิดของเสียและพลังงานสูญเสียแล้ว
5. ได้ทำการระดมความเห็น สร้างข้อเสนอ CT แล้ว
6. ทุกข้อเสนอ CT ที่ระบุได้รวบรวมและบันทึกไว้แล้ว
7. ได้เรียบเรียงลำดับข้อเสนอ CT ตามความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ผลด้านสิ่งแวดล้อม และผลด้านเศรษฐศาสตร์แล้ว
8. ได้ลงมือปฏิบัติตามข้อเสนอCT ที่เป็นไปได้ชัดเจนและลงทุนต่ำแล้ว
9. ได้เตรียมชีตบันทึกผลก่อนและหลังการใช้ข้อเสนอ CT แล้ว
10. ได้ประเมินและปรับปรุงเป้าหมาย CT แล้ว
11. ได้ปรับแผนงานและกำหนดเวลา ขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียดแล้ว
12. ได้รายงานผลความก้าวหน้าของการตรวจประเมินให้ผู้บริหารและพนักงานทราบแล้ว
13. ได้ปรับปรุงองค์ประกอบของทีม CT ให้เหมาะสมกับงานต่อไปแล้ว
การตรวจประเมินละเอียด
สาระการเรียนรู้
มีความรู้ความเข้าใจในการทำดุลมวลสาร มีทักษะในการประเมินหาสาเหตุของของเสีย
สามารถสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด สามารถเลือกข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาดได้
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อทราบวิธีการจัดทำดุลมวลสาร
2. เพื่อฝึกการตรวจประเมินหาสาเหตุของของเสีย
3. เพื่อสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด
4. เพื่อคัดเลือกข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. มีความรู้ความเข้าใจในการทำดุลมวลสาร
2. มีทักษะในการประเมินหาสาเหตุของของเสีย
3. สามารถสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาดได้
4. สามารถเลือกข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาดได้
บทที่ 8
การตรวจประเมินละเอียด
ขั้นที่ 3 การตรวจประเมินโอกาสโดยละเอียด
วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างชุดข้อเมนอเทคโนโลยีสะอาด (CT – Option) พรัอมกำหนดข้อเสนที่ปฎิบัติได้ทันทีและข้อเสนอที่ต้องมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
หลังจากดำเนินตามขั้นตอนที่ 3 แล้วบริษัทจะได้
1. ได้ผลดุลมวลสารและดุลพลังงาน ที่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว
2. ได้ทราบแหล่งกำเนิดและสาเหตุการเกิดของเสีย
3. ได้ชุดเสนอเทคโนโลยีสะอาด ที่เรียงลำดับความสำคัญ
สำหรับขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียดประกอบด้วยงาน 4 อย่าง คือ
งาน 8 จัดทำดุลมวลในแต่ละหน่วยการผลิต
งาน 9 ตรวจประเมินหาสาเหตุของของเสีย
งาน 10 สร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด
งาน 11 คัดเลือกข้อเสนอ
งาน 8 จัดทำสมดุลมวลในแต่ละหน่วยการผลิต
โดยคิดปริมาณวัตถุดิบ สารอื่น ๆ ตลอดจนพลังงานที่เข้าและออกจากกระบวนการผลิต ซึ่งจะทำให้ทราบแหล่งกำเนิด และสาเหตุของของเสีย
1. วัตถุประสงค์ของการทำสมดุลมวล
สมดุลมวลช่วยให้เราทราบปริมาณสารเข้า – ออก รวมถึงราคาที่เกี่ยวข้องด้วย ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบและผลผลิตของของเสีย
- ค่าใช้จ่ายของพลังงานและผลผลิตของของเสีย
- ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ทิ้ง และในการสร้างระบบบำบัดของเสีย เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานของกฎหมาย
- ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
2. หลักการทำสมดุลมวล
มวลขาเข้า = มวลขาออก + มวลสะสม
กระบวนการหรือ หน่วยปฏิบัติการ
วัตถุดิบ
ตัวเร่งปฏิกิริยายา
น้ำ/อากาศ
พลังงาน
หมุนเวียน
ของเสียที่นำไปใช้ในกระบวนการอื่น
ไอ / ก๊าซ
ผลิตภัณฑ์
ผลพลอยได้รวมของเสียที่นำกลับมาใช้ใหม่
น้ำเสีย
กากของเหลว
กากของแข็ง
หน่วยที่ใช้ ควรวัดเป็นช่วงเวลา (ตัน/ปี หรือ ก.ก./ชม.) ควรวัดอย่างน้อย 2 กะการผลิต โดยรวมช่วงเริ่มเดินเครื่อง และช่วงการทำความสะอาดด้วย เพื่อให้ครอบคลุมและครบถ้วนทุกขั้นตอน
3. กำหนดกรอบสำหรับการทำสมดุลมวล
โดยพิจารณากรอบที่เหมาะสม (ดูจากแผนภาพในหลักการทำสมดุลมวล)
4. ตรวจสอบปริมาณมวลขาเข้า
1. วัตถุดิบและสารเคมีอื่น ๆ
2. น้ำ
3. พลังงาน
ทำให้การแยกออกเป็นชนิด หน้าที่ ราคา และพิษภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม (ถ้ามี) ในหลาย ๆ กรณีต้องทำสมดุลพลังงานควบคู่กันไป แต่ต้องแยกการคำนวณให้เห็นออกมาอย่างชัดเจน
การลดปริมาณน้ำใช้ จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มีประเด็นที่ควนพิจารณาดังนี้
- ควบคุมการใช้น้ำให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำใช้และน้ำเสียด้วย
- การฝึกวิธีทำงานที่ถูกต้อง ช่วยลดปริมาณน้ำใช้ได้
- การล้างแบบสวนทางและการนำน้ำล้างมาใช้ใหม่ ช่วยลดปริมาณน้ำลงได้
- การประหยัดพลังงานโดยให้ความร้อนแก่น้ำที่ต้องใช้ตามความจำเป็นเท่านั้น
คำถามที่ควรพิจารณาในการตรวจสอบปริมาณสารขาเข้า ได้แก่
- ปริมาณการเก็บสต๊อควัตถุดิบเหมาะสม และป้องกันการสูญเสียหรือไม่
- ระยะทางการขนถ่ายจากที่เก็บไปยังจุดใช้งานในกระบวนการผลิต สามารถลดลงได้หรือไม่
- มีการเก็บวัตถุดิบในภาชนะที่มีลักษณะคล้าย ๆกันหรือไม่ (ระวังการปนเปื้อน การใช้ผิด)
- ใช้สารที่บรรจุในถุงหมดหรือไม่ ยังมีเหลือเป็นของเสียหรือไม่
- มีการใช้สารที่มีความหนืดสูงหรือไม่ จะสามารถลดการตกค้างในภาชนะ ที่ใส่ได้อย่างไร
- สถานที่เก็บวัตถุดิบปลอดภัย เหมาะสมหรือไม่ มีปัญหาเรื่องแสงแดด ฝน ฝุ่นหรือไม่
- มีการใช้ปั๊มขนถ่ายสารหรือไม่ หรือใช้การไหลตามธรรมชาติ
- การบำรุงรักษาอุปกรณ์ดีหรือไม่
- การระวังการรั่วไหล การตกหล่นดีหรือไม่
- มีสารตกค้างในท่อขนส่งหรือไม่
- มีระบบการวัดสารที่เป็นระบบหรือไม่
5. การตรวจปริมาณมวลขาออก
แบ่งออกเป็น
1. ผลิตภัณฑ์และผลพลอยได้
2. ของเสีย / น้ำเสีย / ไอและพลังงาน
โดยสามารถจำแนกออกเป็น ชนิด ปริมาณ ราคา พิษภัยและแหล่งที่มา ถ้าเป็นของเสียจะพิจารณา
1. ข้อกฎหมาย
2. การหมุนเวียนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
3. ระบบการกำจัดและการบำบัด
4. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
5. ปัญหาอื่น ๆ
ในกรณีเป็นพลังงานที่สูญเสียต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ เพราะเป็นส่วนที่มีมูลค่ามาก การวิเคราะห์ต้องมีความละเอียดมากที่สุด ตัวอย่างเช่น
กระบวนการหรือหน่วยปฏิบัติการ
น้ำหล่อเย็น
ไอน้ำ
พลังงานในวัตถุ
ไฟฟ้า
คอนเดนเสท
การสูญเสียจากการแผ่รังสี
พลังงานในไอ
พลังงานในผลผลิตที่ร้อน
พลังงานในสารตกค้างที่ร้อน
พลังงานในน้ำหล่อเย็น
6. การใช้ซีตงานทำดุลมวลสารสำหรับหน่วยปฏิบัติการ
งานที่ 9 ตรวจประเมินหาสาเหตุของของเสีย
เพื่อหาแหล่งกำเนิดและสาเหตุของการสูญเสีย ข้อมูลจากการทำดุลมวลสาร จะช่วยให้หาสาเหตุได้ง่าย และชัดเจนทั้งยังช่วยให้สร้างข้อเสนอ CT ได้ด้วย
คำถามที่นิยมใช้ในขั้นตอนนี้คือ
- ของเสีย ไอเสีย พลังงานสูญเสียเกิดขึ้นที่ใด (SOURCE)
- ของเสีย ไอเสีย พลังงานสูญเสียเกิดจากเหตุใด (CAUSE)
วิธีการพิจารณาใช้หลักดู 5 แหล่ง ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต ได้แก่
เทคโนโลยี
กระบวนการผลิต
วัตถุดิบ
วิธีปฎิบัติงาน
ผลิตภัณฑ์
ของเสีย
1. วัตถุดิบ : เช่น การใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำ ขาดการตรวจสอบคุณภาพ มีไม่เพียงพอ การจัดเก็บไม่เหมาะสม ฯลฯ
2. ผลิตภัณฑ์ : เช่น มาตรฐานสูงเกินไป การออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม บรรจุภัณฑ์ไม่ดี มีสารพิษปน ฯลฯ
3. ของเสีย : เช่น ไม่มีการแยกสายของเสียแต่ละชนิด ไม่มีการหมุนเวียนไปใช้ใหม่ การจัดการของเสียไม่เหมาะสม
4. การปฏิบัติงาน : เช่น คนงานด้อยคุณภาพ ทำงานตามใจชอบ ขาดการฝึกอบรม ไม่มีระบบทำโทษ/ให้ความดีความชอบที่เหมาะสม ผู้บริหารสนใจแต่การผลิตไม่สนใจคนงาน ฯลฯ
5. เทคโนโลยี :
- ด้านการปฏิบัติงานและบำรุงรักษา เช่น เดินเครื่องโดยไม่จำเป็น ขาดการบำรุงรักษา มีรอยรั่วล้นทิ้ง ฯลฯ
- ด้านการออกแบบอุปกรณ์และกระบวนการ เช่น ขนาดอุปกรณ์ไม่เหมาะสม การขนถ่ายไม่เป็นระบบ ฯลฯ
- ด้านการวางผัง เช่น ขยายการผลิตโดยขาดแผนงาน การวางผังไม่เหมาะสม การขนถ่ายไม่เป็นระบบ ฯลฯ
- ด้านเทคโนโลยี เช่น ใช้เทคโนโลยีล้าสมัยสิ้นเปลือง ใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสม ฯลฯ
งานที่ 10 สร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT)
เมื่อได้ข้อมูลมวลมวลสาร และทราบแหล่งกำเนิดและสาเหตุของการสูญเสีย จะเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างสรรค์ ระดมความคิดให้ข้อเสนอ CT เพื่อนำไปสู่การลดของเสียดังกล่าว
1. แหล่งข้อมูลในการสร้างข้อเสนอ CT
การระดมความเห็นสร้างข้อเสนอ CT ของทีมงานตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดของเสีย ขึ้นกับความรู้ และประสบการณ์ของสมาชิกในทีม แหล่งข้อมูลที่อาจช่วยเสริม ได้แก่ มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ผู้ผลิตอุปกรณ์ ที่ปรึกษาศูนย์ข้อมูล CT เป็นต้น
2. โครงสร้างการสร้างข้อเสนอ CT
เทคนิคในการสร้างข้อเสนอ CT สามารถสร้างได้จากการพิจารณาปัจจัย 5 ประการ คือ
เปลี่ยนแปลง/ปรับปรุงเทคโนโลยี
กระบวนการผลิต
เปลี่ยน/ปรับปรุงผลิตภัณฑ์
เปลี่ยน/ปรับปรุงวัตถุดิบ
วิธีปฎิบัติงานที่ดี
หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่
- การเปลี่ยน/ปรับปรุงวัตถุดิบ เช่น ใช้วัตถุดิบสะอาด คุณภาพดี ใช้วัตถุดิบทดแทน
- การเรียน/ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เช่น เปลี่ยนมาตรฐานคุณภาพ เปลี่ยนองค์ประกอบ ทำผลิตภัณฑ์ทดแทนอื่น ๆ
- การใช้วิธีปฎิบัติงานที่ดี หมายถึง การดูแล การจัดการที่เหมาะสม ทำได้โดยไม่ต้องลงทุนหรือลงทุนเพียงเล็กน้อย เช่น จัดระบบการบริหารงานบุคคล ฝึกอบรมพนักงาน ใช้เทคนิคป้องกันการสูญเสีย แยกสายของเสียแต่ละประเภท วางระบบเก็บรักษาวัตถุดิบอุปกรณ์ วางระบบตรวจสอบคิดค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน จัดวางแผนการผลิตให้เหมาะสม เป็นต้น
- การเปลี่ยน/ปรับปรุงเทคโนโลยี ทำโดยดัดแปลงอุปกรณ์ หรือกระบวนการผลิต ทั้งการปรับปรุงเล็กน้อย ใช้ค่าใช้จ่ายต่ำ หรือการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ลงทุนสูง เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติ การปรับปรุงระบบท่อสายพาน อุปกรณ์ การปรับเปลี่ยนสภาวะการผลิต และการควบคุม อุณหภูมิ ความดัน อัตราการไหล เป็นต้น
- การใช้ซ้ำ/หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ สามารถทำได้ตลอดเวลาเมื่อมีโอกาส จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดของเสียได้เป็นอันมาก
3. การสร้างข้อเสนอ CT ระหว่างการระดมความคิดเห็น
การระดมความคิดเห็น สร้างข้อเสนอ CT อย่างเต็มที่
- ควรสร้างบรรยากาศให้มีการเสนอความเห็น และข้อเสนอ CT อย่างเต็มที่
- ทุกความเห็น ทุกข้อเสนอ ควรบันทึกไว้ให้หมด ไม่ควรตัดทิ้งในขั้นตอนนี้
- ยึดหลัก 5 ประการ ในข้อ 2 เพื่อสร้างข้อเสนอ CT อย่างเป็นระบบ
- ถ้าการประชุมครั้งเดียวยังได้ข้อเสนอไม่เพียงพอ อาจระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมภายหลังได้
ใช้ชีตงานช่วยสำหรับการบันทึกข้อเสนอ CT ได้ดังนี้
ข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT)
หน่วยปฏิบัติการ : วันที่ :
ข้อเสนอ CT
สามารถใช้เพื่อ :
โดยวิธี :
เปลี่ยน/ปรับปรุงวัตถุดิบ
1.
2.
3.
เปลี่ยน/ปรับปรุงผลิตภัณฑ์
1.
2
3.
วิธีปฎิบัติงานที่ดี
1.
2.
3.
เปลี่ยน/ปรับปรุงเทคโนโลยี
1.
2.
3.
ใช้ซ้ำ/หมุนเวียนใช้ใหม่
1.
2.
3.
งานที่ 11 คัดเลือกข้อเสนอ CT
งานนี้จะคัดเลือกและเรียงลำดับข้อเสนอ CT ข้อเสนอที่มีความเป็นไปได้ แต่ต้องใช้เงินลงทุนจะได้รับการพิจารณาศึกษาต่อไป
1. จัดกลุ่มข้อเสนอ CT เป็นชุดสำเร็จรูป
ควรจัดหมวดหมู่ข้อเสนอ CT ไม่ควรตัดทิ้งข้อเสนอใด ๆ ยกเว้นเห็นเด่นชัดว่าเป็นไปไม่ได้ ดังนี้
- จัดกลุ่มข้อเสนอแต่ละหน่วยปฏิบัติการให้เป็นระบบ
- ลงมือปฏิบัติตามข้อเสนอ CT ที่เห็นผลชัดเจน มีการลงทุนต่ำหรือไม่ต้องลงทุน
- ตัดข้อเสนอ CT ที่ไม่เหมาะสม เช่น เป็นไปไม่ได้ ลงทุนสูงเกินไป
2. เรียงลำดับข้อเสนอ CT
กลุ่มข้อเสนอ CT มักมีค่อนข้างมาก การเรียงลำดับจะช่วยให้สามารถเลือกพิจารณาศึกษาข้อเสนอที่สำคัญ และเป็นประโยชน์มากก่อนการเรียงลำดับ มีหลักพิจารณา 4 ประการ ดังนี้
- ความเป็นไปได้ เช่น มีผู้ผลิตอุปกรณ์ที่จำเป็น มีการใช้ข้อเสนอ CT นี้แล้ว มีผู้รู้ให้คำปรึกษาได้ เป็นต้น
- ความเหมาะสม เช่น เหมาะกับการผลิตและผลิตภัณฑ์ของโรงงาน เหมาะกับวัฒนธรรมขององค์กร ไม่ต้องดัดแปลงมาก เป็นต้น
- ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เช่น ลดผลกระทบได้มากน้อยเพียงใด ลดปัญหาความเป็นพิษและสุขภาพพนักงาน เป็นต้น
- ความเป็นไปได้เชิงเศรษฐศาสตร์ เช่น ค่าใช้จ่ายและผลกำไรมากน้อยเพียงใด การลงทุนมากน้อยเพียงใด
รายงานตรวจสอบสำหรับขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียด
ใช้เพื่อทบทวนงานในขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียด
รายการ
1. ทำดุลมวลสารครบทุกหน่วยปฏิบัติการ ที่ระบุในขั้นตอนประเมินเบื้องต้น
2. ใส่ข้อมูลราคาที่ใช้จ่าย ลงในการทำดุลมวลสารแล้ว
3. ได้ระบุสาเหตุและแหล่งกำเนิดของของเสียและพลังงานสูญเสียแล้ว
4. เข้าใจสาเหตุของการเกิดของเสียและพลังงานสูญเสียแล้ว
5. ได้ทำการระดมความเห็น สร้างข้อเสนอ CT แล้ว
6. ทุกข้อเสนอ CT ที่ระบุได้รวบรวมและบันทึกไว้แล้ว
7. ได้เรียบเรียงลำดับข้อเสนอ CT ตามความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ผลด้านสิ่งแวดล้อม และผลด้านเศรษฐศาสตร์แล้ว
8. ได้ลงมือปฏิบัติตามข้อเสนอCT ที่เป็นไปได้ชัดเจนและลงทุนต่ำแล้ว
9. ได้เตรียมชีตบันทึกผลก่อนและหลังการใช้ข้อเสนอ CT แล้ว
10. ได้ประเมินและปรับปรุงเป้าหมาย CT แล้ว
11. ได้ปรับแผนงานและกำหนดเวลา ขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียดแล้ว
12. ได้รายงานผลความก้าวหน้าของการตรวจประเมินให้ผู้บริหารและพนักงานทราบแล้ว
13. ได้ปรับปรุงองค์ประกอบของทีม CT ให้เหมาะสมกับงานต่อไปแล้ว
คุณภาพชีวิตกับเทคโนโลยีสะอาด บทที่ 7 การตรวจประเมินโอกาสเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
บทที่ 7
การตรวจประเมินโอกาสเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
สาระการเรียนรู้
มีความรู้ความเข้าใจในการทำแผนผังขั้ตตอนกระบวนการผลิตในองค์กร มีทักษะในการประเมินสารเข้าและสารออกทั้งหมด สามารถเลือกข้อเน้นสำหรับการประเมินรายละเอียด
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจในการทำแผนผังขั้ตตอนกระบวนการผลิตในองค์กรได้
2. มีทักษะในการประเมินสารเข้าและสารออกทั้งหมดได้
3. สามารถเลือกข้อเน้นสำหรับการประเมินรายละเอียด
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. เขียนแผนภาพกระบวนการผลิตในองค์กร
2. ประเมินสารป้อนเข้าและสารออกทั้งหมด
3. เลือกข้อเน้นสำหรับการตรวจประเมินละเอียด
บทที่ 7
การตรวจประเมินโอกาสเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
ขั้นที่ 2 การตรวจประเมินเบื้องต้น
วัตถุประสงค์ เพื่อคัดเลือกหัวข้อในการตรวจประเมินเพื่อเน้นในการตรวจประเมินละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ผลที่ได้จากการดำเนินการในขั้นที่ 2 คือ
1. แผนผังขั้นตอนกระบวนการผลิตในบริษัท
2. ได้หัวข้อเน้นในขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียด
3. มีการเตรียมข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบ “ก่อน” และ “หลัง” การดำเนินกิจกรรม CT
4. ได้ข้อเสนอ CT ที่เห็นได้ชัดเจนประเภทไม่ต้องลงทุน หรือลงทุนต่ำ
ในการตรวจประเมินขั้นที่ 2 นี้มีงาน 3 อย่างที่ต้องดำเนิน คือ
งาน 5 จัดทำแผนผังขั้นตอนกระบวนการผิต
งาน 6 ประเมินสารป้อนเข้าและสารออกทั้งหมด
งาน 7 เลือกข้อเน้นสำหรับการตรวจประเมินละเอียด
งานที่ 5 จัดทำแผนผังขั้นตอนกระบวนการผลิต
แผนผังขั้นตอนกระบวนการผลิตนั้น จะมีประโยชน์ในการวิเคราะห์มวล และพลังงานที่เข้า – ออกในแต่ละขั้นตอน เพื่อบ่งชี้พื้นที่หรือบริเวณในการประเมินโอกาส โดยละเอียดต่อไป การทำแผนผังขั้นตอนกระบวนการผลิตนั้น ผู้ทำการประเมินจำเป็นต้องใช้ข้อมูล ทั้งที่รวบรวมจากเอกสารและการเดินสำรวจในพื้นที่จริง งานส่วนนี้แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ
5.1 การรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร
ผู้ประเมินจำเป็นต้องทราบข้อมูลพื้นฐานทั่วไปและข้อมูลอื่นๆ ที่โรงงานรวบรวมไว้เสียก่อน เพื่อทำความเข้าใจถึงลักษณะการดำเนินกิจการ การผลิตในภาพรวม โดยการรวบรวมข้อมูลเอกสารที่จำเป็นในขั้นต้น นำข้อมูลที่ได้มาศึกษาเพื่อประเมินสถานภาพ ของโรงงานก่อนการทำเทคโนโลยีสะอาด ตัวอย่างข้อมูลสำคัญ ได้แก่
- แผนผังโรงงาน จำนวนพนักงาน และการจัดองค์กร
- แผนผังกระบวนการผลิต
- ข้อมูลการใช้พลังงาน วัตถุดิบ น้ำ ผลิตภัณฑ์ และของเสีย รวมถึงระบบบำบัดของบริษัท
- แผนผังบริเวณใกล้เคียง แหล่งน้ำ การระบายน้ำ และชุมชนใกล้เคียง
5.2 เดินสำรวจโรงงานทุกบริเวณพร้อมจดบันทึกข้อมูลที่มีผลกระทบต่อกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับกระบวนการผลิตและเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง มีจุดที่ต้องสำรวจ คือ
- โกดังเก็บวัตถุดิบ ที่เก็บผลิตภัณฑ์ รวมทั้งหน่วย ยูทิลิตี้และบำบัดของเสีย
- จดบันทึกและตรวจสอบความถูกต้องของผังโรงงาน และแผนภาพกระบวนการผลิต
- กำหนดเวลาสำรวจให้เหมาะสม ควรเป็นเวลาที่สามารถมองเห็นการทำงานทุกอย่างของกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนในเวลาเดียวกัน
- ควรมีพนักงานในส่วนการผลิตที่เกี่ยวข้องในการสำรวจมาอธิบายวิธีการทำงาน และเสนอแนะปัญหาที่มี
- สังเกตและบันทึกจุดรอยรั่วไหลการเกิดของเสีย น้ำ ไอน้ำ ฯลฯ
- ควรเสนอแนะแนวทางที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
5.3 จัดทำแผนผังกระบวนการผลิต
ผู้ตรวจประเมินนำข้อมูลที่ได้ทั้งจากเอกสาร และการเดินสำรวจมาสรุปเป็นแผนผังกระบวนการผลิต
- แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำต้องมีความละเอียดและสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงกับความเป็นจริง
- มีรายละเอียดของการเก็บวัสดุ การขนส่งระหว่างกระบวนการ การซ่อมบำรุง ตลอดจนของเสียที่ปล่อยมา
งานที่ 6 การประเมินมวลและพลังงานป้อนเข้า – ออกในแต่ละกระบวนการผลิตทั้งหมด
เป็นการประเมินคร่าว ๆ ถึงปริมาณวัตถุดิบผลิตภัณฑ์ ผลพลอยได้ พลังงาน และของเสียในแต่ละหน่วยปฏิบัติการ และจะใช้ผลการประเมินในการกำหนดข้อเน้นในการตรวจประเมินละเอียดต่อไป มีข้อพิจารณาดังนี้
- ไม่จำเป็นต้องคำนวณละเอียดในขั้นตอนนี้ สามารถใช้ประสาททั้ง 5 และอุปกรณ์อย่างง่าย
- ข้อมูลจากฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายขาย และการจดบันทึกของฝ่ายผลิตก็เพียงพอในการประเมินขั้นนี้
- มีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณ และองค์ประกอบของมวลและพลังงานที่เข้า – ออกควรมี การบันทึกอย่างสม่ำเสมอ มากพอที่จะเปรียบเทียบผลการทำกิจกรรมเทคโนโลยีสะอาด ทั้งก่อนและหลังการทำกิจกรรม
งานที่ 7 เลือกข้อเน้นสำหรับการตรวจประเมินละเอียด
ข้อมูลจากงานที่ 5 และงานที่6 มากำหนดจุดที่จะทำการประเมินโดยละเอียด ควรเลือกจุดที่มีความสูญเสียเกิดขึ้นมากและมีความเป็นไปได้ในทางปฎิบัติด้วย ข้อเน้นควรพิจารณาจาก
- มีปริมาณของเสียมาก มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก มีการใช้พลังงานสูง
- ทำให้เกิดการสูญเสียในทางเศรษฐกิจสูงมีแนวโน้มเกิดอัตรายสูง หรือเป็นคอขวดของการผลิต
- มีข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด ค่อนข้างมากและมีความเด่นชัดในปัญหา
- มีเงินทุนเพียงพอ หรือมีแหล่งสนับสนุนจากแหล่งเงินทุน
- ทำให้เป็นไปตามกฎหมายปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตหรือช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
เมื่อเราเริ่มการตรวจประเมินเบื้องต้นจาก 3 งานข้างต้น เพื่อให้สามารถตรวจทำการตรวจสอบข้อมูลในการตรวจประเมินเบื้องต้นได้ เราสามารถกำหนดตารางเพื่อใช้ในการทบทวนงานและรวบรวมประเด็นสำคัญเพื่อนำไปใช้อีกครั้งตอนสิ้นสุดการดำเนินกิจกรรมเทคโนโลยีสะอาด ดังนี้
การตรวจประเมินโอกาสเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
สาระการเรียนรู้
มีความรู้ความเข้าใจในการทำแผนผังขั้ตตอนกระบวนการผลิตในองค์กร มีทักษะในการประเมินสารเข้าและสารออกทั้งหมด สามารถเลือกข้อเน้นสำหรับการประเมินรายละเอียด
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจในการทำแผนผังขั้ตตอนกระบวนการผลิตในองค์กรได้
2. มีทักษะในการประเมินสารเข้าและสารออกทั้งหมดได้
3. สามารถเลือกข้อเน้นสำหรับการประเมินรายละเอียด
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. เขียนแผนภาพกระบวนการผลิตในองค์กร
2. ประเมินสารป้อนเข้าและสารออกทั้งหมด
3. เลือกข้อเน้นสำหรับการตรวจประเมินละเอียด
บทที่ 7
การตรวจประเมินโอกาสเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
ขั้นที่ 2 การตรวจประเมินเบื้องต้น
วัตถุประสงค์ เพื่อคัดเลือกหัวข้อในการตรวจประเมินเพื่อเน้นในการตรวจประเมินละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ผลที่ได้จากการดำเนินการในขั้นที่ 2 คือ
1. แผนผังขั้นตอนกระบวนการผลิตในบริษัท
2. ได้หัวข้อเน้นในขั้นตอนการตรวจประเมินละเอียด
3. มีการเตรียมข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบ “ก่อน” และ “หลัง” การดำเนินกิจกรรม CT
4. ได้ข้อเสนอ CT ที่เห็นได้ชัดเจนประเภทไม่ต้องลงทุน หรือลงทุนต่ำ
ในการตรวจประเมินขั้นที่ 2 นี้มีงาน 3 อย่างที่ต้องดำเนิน คือ
งาน 5 จัดทำแผนผังขั้นตอนกระบวนการผิต
งาน 6 ประเมินสารป้อนเข้าและสารออกทั้งหมด
งาน 7 เลือกข้อเน้นสำหรับการตรวจประเมินละเอียด
งานที่ 5 จัดทำแผนผังขั้นตอนกระบวนการผลิต
แผนผังขั้นตอนกระบวนการผลิตนั้น จะมีประโยชน์ในการวิเคราะห์มวล และพลังงานที่เข้า – ออกในแต่ละขั้นตอน เพื่อบ่งชี้พื้นที่หรือบริเวณในการประเมินโอกาส โดยละเอียดต่อไป การทำแผนผังขั้นตอนกระบวนการผลิตนั้น ผู้ทำการประเมินจำเป็นต้องใช้ข้อมูล ทั้งที่รวบรวมจากเอกสารและการเดินสำรวจในพื้นที่จริง งานส่วนนี้แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ
5.1 การรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร
ผู้ประเมินจำเป็นต้องทราบข้อมูลพื้นฐานทั่วไปและข้อมูลอื่นๆ ที่โรงงานรวบรวมไว้เสียก่อน เพื่อทำความเข้าใจถึงลักษณะการดำเนินกิจการ การผลิตในภาพรวม โดยการรวบรวมข้อมูลเอกสารที่จำเป็นในขั้นต้น นำข้อมูลที่ได้มาศึกษาเพื่อประเมินสถานภาพ ของโรงงานก่อนการทำเทคโนโลยีสะอาด ตัวอย่างข้อมูลสำคัญ ได้แก่
- แผนผังโรงงาน จำนวนพนักงาน และการจัดองค์กร
- แผนผังกระบวนการผลิต
- ข้อมูลการใช้พลังงาน วัตถุดิบ น้ำ ผลิตภัณฑ์ และของเสีย รวมถึงระบบบำบัดของบริษัท
- แผนผังบริเวณใกล้เคียง แหล่งน้ำ การระบายน้ำ และชุมชนใกล้เคียง
5.2 เดินสำรวจโรงงานทุกบริเวณพร้อมจดบันทึกข้อมูลที่มีผลกระทบต่อกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับกระบวนการผลิตและเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง มีจุดที่ต้องสำรวจ คือ
- โกดังเก็บวัตถุดิบ ที่เก็บผลิตภัณฑ์ รวมทั้งหน่วย ยูทิลิตี้และบำบัดของเสีย
- จดบันทึกและตรวจสอบความถูกต้องของผังโรงงาน และแผนภาพกระบวนการผลิต
- กำหนดเวลาสำรวจให้เหมาะสม ควรเป็นเวลาที่สามารถมองเห็นการทำงานทุกอย่างของกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนในเวลาเดียวกัน
- ควรมีพนักงานในส่วนการผลิตที่เกี่ยวข้องในการสำรวจมาอธิบายวิธีการทำงาน และเสนอแนะปัญหาที่มี
- สังเกตและบันทึกจุดรอยรั่วไหลการเกิดของเสีย น้ำ ไอน้ำ ฯลฯ
- ควรเสนอแนะแนวทางที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
5.3 จัดทำแผนผังกระบวนการผลิต
ผู้ตรวจประเมินนำข้อมูลที่ได้ทั้งจากเอกสาร และการเดินสำรวจมาสรุปเป็นแผนผังกระบวนการผลิต
- แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำต้องมีความละเอียดและสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงกับความเป็นจริง
- มีรายละเอียดของการเก็บวัสดุ การขนส่งระหว่างกระบวนการ การซ่อมบำรุง ตลอดจนของเสียที่ปล่อยมา
งานที่ 6 การประเมินมวลและพลังงานป้อนเข้า – ออกในแต่ละกระบวนการผลิตทั้งหมด
เป็นการประเมินคร่าว ๆ ถึงปริมาณวัตถุดิบผลิตภัณฑ์ ผลพลอยได้ พลังงาน และของเสียในแต่ละหน่วยปฏิบัติการ และจะใช้ผลการประเมินในการกำหนดข้อเน้นในการตรวจประเมินละเอียดต่อไป มีข้อพิจารณาดังนี้
- ไม่จำเป็นต้องคำนวณละเอียดในขั้นตอนนี้ สามารถใช้ประสาททั้ง 5 และอุปกรณ์อย่างง่าย
- ข้อมูลจากฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายขาย และการจดบันทึกของฝ่ายผลิตก็เพียงพอในการประเมินขั้นนี้
- มีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณ และองค์ประกอบของมวลและพลังงานที่เข้า – ออกควรมี การบันทึกอย่างสม่ำเสมอ มากพอที่จะเปรียบเทียบผลการทำกิจกรรมเทคโนโลยีสะอาด ทั้งก่อนและหลังการทำกิจกรรม
งานที่ 7 เลือกข้อเน้นสำหรับการตรวจประเมินละเอียด
ข้อมูลจากงานที่ 5 และงานที่6 มากำหนดจุดที่จะทำการประเมินโดยละเอียด ควรเลือกจุดที่มีความสูญเสียเกิดขึ้นมากและมีความเป็นไปได้ในทางปฎิบัติด้วย ข้อเน้นควรพิจารณาจาก
- มีปริมาณของเสียมาก มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก มีการใช้พลังงานสูง
- ทำให้เกิดการสูญเสียในทางเศรษฐกิจสูงมีแนวโน้มเกิดอัตรายสูง หรือเป็นคอขวดของการผลิต
- มีข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด ค่อนข้างมากและมีความเด่นชัดในปัญหา
- มีเงินทุนเพียงพอ หรือมีแหล่งสนับสนุนจากแหล่งเงินทุน
- ทำให้เป็นไปตามกฎหมายปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตหรือช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
เมื่อเราเริ่มการตรวจประเมินเบื้องต้นจาก 3 งานข้างต้น เพื่อให้สามารถตรวจทำการตรวจสอบข้อมูลในการตรวจประเมินเบื้องต้นได้ เราสามารถกำหนดตารางเพื่อใช้ในการทบทวนงานและรวบรวมประเด็นสำคัญเพื่อนำไปใช้อีกครั้งตอนสิ้นสุดการดำเนินกิจกรรมเทคโนโลยีสะอาด ดังนี้
คุณภาพชีวิตกับเทคโนโลยีสะอาด บทที่ 6 การวางแผนและการจัดองค์กร
การวางแผนและการจัดองค์กร
สาระการเรียนรู้
ของผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานเทคโนโลยีสะอาดเพราะเป็นผู้กำหนดนโยบายในการบริหารองค์กร ผู้ปฎิบัติงานในหน่วยงานดำเนินการจัดตั้งทีมงาน การกำหนด เป้าหมาย ตลอดจนการค้นหาอุปสรรคและวิธีแก้ไข
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของผู้บริหารในการดำเนินงานสำรวจเทคโนโลยีสะอาด
2. เข้าใจวิธีการจัดตั้งทีมเทคโนโลยีสะอาด
3. เข้าใจวิธีการกำหนดเป้าหมายดำเนินงานเทคโนโลยีสะอาด
4. เพื่อแจกแจงปัญหาและหาวิธีแก้ไขปัญหาของทีมงานในการดำเนินงานเทคโนโลยี สะอาดได้
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของผู้บริหารในการดำเนินงานสำรวจเทคโนโลยีสะอาด
2. สามารถจัดตั้งทีมเทคโนโลยีสะอาดได้
3. สามารถกำหนดเป้าหมายดำเนินงานเทคโนโลยีสะอาดได้
4. สามารถแจกแจงปัญหาและหาวิธีแก้ไขปัญหาของทีมงานในการดำเนินงานเทคโนโลยีสะอาดได้
บทที่ 6
การวางแผนและการจัดองค์กร
ขั้นที่ 1 การวางแผนและการจัดองค์กร
มีลักษณะงานที่ต้องดำเนินการอยู่ 4 งานคือ
งานที่ 1 ต้องสร้างความร่วมมือให้การสนับสนุนโดยการทำเป็นนโยบายที่แน่นอนของผู้บริหาร
งานที่ 2 ต้องจัดทีมงานดำเนินงาน
งานที่ 3 การกำหนดเป้าหมาย
งานที่ 4 ค้นหาอุปสรรคและวิธีแก้ไข
งานที่ 1 สร้างความร่วมมือให้การสนับสนุน
ความมุ่งมั่นของผู้บริหารองค์กรเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำเทคโนโลยี สะอาดที่สำคัญ ดังนั้นโรงงานที่ต้องการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ จึงต้องจัดทำประกาศนโยบาย สิ่งแวดล้อม ให้เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่ามีการนำเอาเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิต
นโยบายสิ่งแวดล้อมที่ดีมีลักษณะดังนี้
1. บอกถึงลักษณะธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ
2. แสดงถึงจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อม และตั้งใจในการนำเทคโนโลยีสะอาด มาใช้ใน กระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ
3. มีความชัดเจน และให้แนวทางในการตั้งวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการทำ เทคโนโลยีสะอาด
4. ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือของทุกๆ คนในองค์กร
5. เป็นเอกสารที่มีอายุการใช้งานนาน ไม่ควรเปลี่ยนแปลงบ่อย
6. ลงนามโดยผู้มีอานาจ และระบุวันที่ประกาศโดยชัดเจน
ดังนั้นผู้ที่ทำเทคโนโลยีสะอาดจะประสบความสำเร็จในการขอความเห็นชอบจาก ผู้บริหาร นั้นต้อง
1. เน้นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับทางเศรษฐศาสตร์อย่างชัดเจน
2. เน้นจากข้อบังคับจากมาตรฐานและกฎหมายสิ่งแวดล้อม
3. ชี้ให้เห็นถึงภาพพจน์ทางสิ่งแวดล้อม
4. รายงานความคืบหน้าให้ผู้บริหารทราบโดยตลอด
5. แสดงเจตนารมณ์ที่จะมุ่งมั่นให้เกิดความสำเร็จ
สาระการเรียนรู้
ของผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานเทคโนโลยีสะอาดเพราะเป็นผู้กำหนดนโยบายในการบริหารองค์กร ผู้ปฎิบัติงานในหน่วยงานดำเนินการจัดตั้งทีมงาน การกำหนด เป้าหมาย ตลอดจนการค้นหาอุปสรรคและวิธีแก้ไข
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของผู้บริหารในการดำเนินงานสำรวจเทคโนโลยีสะอาด
2. เข้าใจวิธีการจัดตั้งทีมเทคโนโลยีสะอาด
3. เข้าใจวิธีการกำหนดเป้าหมายดำเนินงานเทคโนโลยีสะอาด
4. เพื่อแจกแจงปัญหาและหาวิธีแก้ไขปัญหาของทีมงานในการดำเนินงานเทคโนโลยี สะอาดได้
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของผู้บริหารในการดำเนินงานสำรวจเทคโนโลยีสะอาด
2. สามารถจัดตั้งทีมเทคโนโลยีสะอาดได้
3. สามารถกำหนดเป้าหมายดำเนินงานเทคโนโลยีสะอาดได้
4. สามารถแจกแจงปัญหาและหาวิธีแก้ไขปัญหาของทีมงานในการดำเนินงานเทคโนโลยีสะอาดได้
บทที่ 6
การวางแผนและการจัดองค์กร
ขั้นที่ 1 การวางแผนและการจัดองค์กร
มีลักษณะงานที่ต้องดำเนินการอยู่ 4 งานคือ
งานที่ 1 ต้องสร้างความร่วมมือให้การสนับสนุนโดยการทำเป็นนโยบายที่แน่นอนของผู้บริหาร
งานที่ 2 ต้องจัดทีมงานดำเนินงาน
งานที่ 3 การกำหนดเป้าหมาย
งานที่ 4 ค้นหาอุปสรรคและวิธีแก้ไข
งานที่ 1 สร้างความร่วมมือให้การสนับสนุน
ความมุ่งมั่นของผู้บริหารองค์กรเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำเทคโนโลยี สะอาดที่สำคัญ ดังนั้นโรงงานที่ต้องการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ จึงต้องจัดทำประกาศนโยบาย สิ่งแวดล้อม ให้เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่ามีการนำเอาเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิต
นโยบายสิ่งแวดล้อมที่ดีมีลักษณะดังนี้
1. บอกถึงลักษณะธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ
2. แสดงถึงจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อม และตั้งใจในการนำเทคโนโลยีสะอาด มาใช้ใน กระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ
3. มีความชัดเจน และให้แนวทางในการตั้งวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการทำ เทคโนโลยีสะอาด
4. ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือของทุกๆ คนในองค์กร
5. เป็นเอกสารที่มีอายุการใช้งานนาน ไม่ควรเปลี่ยนแปลงบ่อย
6. ลงนามโดยผู้มีอานาจ และระบุวันที่ประกาศโดยชัดเจน
ดังนั้นผู้ที่ทำเทคโนโลยีสะอาดจะประสบความสำเร็จในการขอความเห็นชอบจาก ผู้บริหาร นั้นต้อง
1. เน้นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับทางเศรษฐศาสตร์อย่างชัดเจน
2. เน้นจากข้อบังคับจากมาตรฐานและกฎหมายสิ่งแวดล้อม
3. ชี้ให้เห็นถึงภาพพจน์ทางสิ่งแวดล้อม
4. รายงานความคืบหน้าให้ผู้บริหารทราบโดยตลอด
5. แสดงเจตนารมณ์ที่จะมุ่งมั่นให้เกิดความสำเร็จ
งานที่ 2 การจัดตั้งทีมงานดำเนินงานประเมินโอกาสเทคโนโลยีสะอาด
หลังจากที่โรงงานมีการประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปจำเป็นต้องมีกลุ่มคนเข้ามาทำงานรับผิดชอบกิจกรรม ในการจัดตั้งทีมงานที่จะเข้ามาทำงาน สำคัญที่สุดคือต้องมีตัวแทนจากทุกหน่วยงานภายในบริษัท เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งจำนวนสมาชิกร่วมทีมควรเป็นเท่าไรนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดและความเหมาะสม ของแต่ละโรงงานเช่น โรงงานขนาดเล็ก ทีมงานเทคโนโลยีสะอาดอาจมีเพียง 2-3 คน ในส่วนนี้มี 4 ขั้น คือ
2.1 การคัดเลือกหัวหน้าทีมเทคโนโลยีสะอาด หัวหน้าทีมต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- สามารถสร้างความร่วมมือของทุกฝ่ายได้
- ได้รับความศัทธาและนับถือจากพนักงานทั่วไป
- มีอำนาจเพียงพอในการตัดสินใจเพื่อให้การดำเนินการ CT เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- มีความมุ่งมั่น และเชื่อมั่นถึงผลสำเร็จ สามารถนำทีมผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้
- มีจิตสำนึกที่ดี ในการที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม
2.2 การคัดเลือกสมาชิกเทคโนโลยีสะอาด สมาชิกทุกคนควรมีสมบัติดังนี้
- เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้และใฝ่รู้ มีความรับผิดชอบ ช่างสังเกต ชอบการจดบันทึก เป็นนักปฎิบัติ และมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จ
- เข้าใจทุกส่วนของบริษัทและกระบวนการผลิต ซึ่งอย่างน้อยต้องมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนการผลิตเข้าร่วมเป็นสมาชิก CT ด้วย
- ควรมีบุคคลภายนอก เช่น จากสถาบันที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ บริษัทที่ปรึกษา ผุ้เชี่ยวชาญจากแผนกอื่น ๆ เข้าร่วม CT ด้วย
2.3 การดำเนินงานของทีมงาน CT ที่สำคัญ ได้แก่
- ศึกษาวิธีการดำเนินงานในปัจจุบันและวิเคราะห์ปัญหา (ใช้ความรู้)
- ศึกษาและประเมินการเปลี่ยนแปลง (ใช้ความคิดสร้างสรรค์)
- ลงมือปฏิบัติและติดตามความก้าวหน้า และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น (ใช้อำนาจหน้าที่)
2.4 การแบ่งทีม CT สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ซึ่งอาจจะมีมากกว่านี้ขึ้นกับขนาดและความพร้อมของบริษัท
- กลุ่มหลัก กลุ่มนี้จะรับผิดชอบงานเฉพาะด้าน เป็นบุคลากรที่มีคามรู้ทางเทคนิคเป็นอย่างดี
- กลุ่มที่ปรึกษา ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจตัดสินใจในกรณีที่เกิดความขัดแย้งและบุคลากรสนับสนุนดานอื่น ๆ
ตัวอย่างทีมงาน CT :
· ได้รับแรงสนับสนุนการดำเนินงานจากผู้บริหารระดับสูง
· บันทึกกิจกรรมที่ดำเนินงาน
· รายงานความก้าวหน้าของงานให้ทุกคนในบริษัททราบ
· ตั้งเป้าหมายรวมของการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด
· จัดตั้งระบบการตรวจบันทึกของเสีย
· ระบุของเสียที่ต้องการลดว่าเป็นชนิดใด จะลดในส่วนการผลิตไหน ปริมาณเท่าไร
· เมื่อมีงานมากขึ้น ควรจัดแบ่งงาน
· ดำเนินการ การตรวจประเมิน
· ดำเนินการวิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงเทคนิค เชิงเศรษฐศาสตร์ ของข้อเสนอ CT
· เลือกข้อเสนอ CT ที่เหมาะสมเพื่อนำไปปฏิบัติ
· จัดเตรียมเงินทุน และแผนการดำเนินงาน
· ดูแล ควบคุมความก้าวหน้าของการลงมือปฏิบัติ
· ติดตาม ตรวจวัดผลที่ได้รับจากการปฏิบัติตามข้อเสนอ CT
· ทำให้กิจกรรมเทคโนโลยีสะอาดดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
งานที่ 3 การกำหนดเป้าหมาย ของ CT
เพื่อให้นำ CT มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพควรตั้งเป้าหมายการดำเนินงานทั้ง ระยะสั้น และระยะยาวให้มีความชัดเจน งานในส่วนนี้มี 3 ขั้นตอน
3.1 จัดทำเป้าหมาย CT
ควรตั้งเป้าหมายของ CT ให้สูงไว้ก่อนเพื่อให้เกิดความพยายามที่จะดำเนินการ แต่ต้องมีแนวโน้มที่เป็นไปได้ มีระบบการตรวจวัดผลสำเร็จของผลงาน ส่วนใหญ่จะตั้งเป้าหมายจาก
- มาตรฐานการผลิตและผลิตภัณฑ์ของโรงงาน
- กฎหมาย ข้อบังคับ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
- เทคโนโลยีอ้างอิงเปรียบเทียบ
- ข้อมูลการผลิตในอดีต
- ความต้องการของลูกค้า
3.2 ข้อพิจารณาในการกำหนดเป้าหมาย CT โดยทั่วไปควรจะ
- ควรเป็นเป้าหมายเชิงปริมาณ (ตัวเลข)
- อยู่ในกรอบของนโยบายหรือสอดคล้องกับนโยบายรวมของฝ่ายบริหาร
- เป็นที่ยอมรับของทีมงาน
- ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
- ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ
- สร้างแรงจูงใจ
- เข้าใจง่าย สามารถปฎิบัติได้
3.3 การวางแผน
ทีมงาน CT ต้องจัดทำแผนระยะเวลาดำเนินการ กำหนดวันสิ้นสุดโครงการให้แน่นอนที่สำคัญแผนงานที่ดีต้องมีความยืดหยุ่น
งานที่ 4 ค้นหาปัญหาและอุปสรรค และหาวิธีแก้ไข
อุปสรรคของ CT อาจนำไปสู่ความไม่เข้าใจกัน คามขัดแย้งของพนักงานในบริษัท ดังนั้นทีมงานที่ดีต้องคำนึง และตระหนักถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้น อย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลาม ต้องรีบหาวิธีการแก้ไข หรือไม่ ก็หาวิธีการป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น
งานในส่วน แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน
4.1 การแจกแจงปัญหาและอุปสรรค
- อุปสรรคด้านแนวคิดและทัศนคติ ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่เข้าใจ ไม่ต้องการ การเปลี่ยนแปลง
- อุปสรรคจากการขาดข้อมูล ข้อมูลที่ขาดส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลด้านปริมาณ และองค์ประกอบของ ของเสียข้อเสนอ CT และข้อบังคับของกฏหมาย
- ปัญหาทางเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของเงินลงทุนในการดำเนินกิจกรรม CT ให้มีความต่อเนื่อง
- ปัญหาทางเทคนิคโดยทั่วไปแล้วเทคโนโลยีไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญของการดำเนินกิจกรรม CT แต่บางกรณี การขาดอุปกรณ์เฉพาะด้านและขาดผู้เชี่ยวชาญก็จะเป็นอุปสรรคได้
- ปัญหาในองค์กรเป็นปัญหาที่เกิดจากการจัดกำลังคน การให้ความร่วมมือและการประสานงานในองค์กร
4.2 หาวิธีแก้ไขปัญหา
ก่อนดำเนินกิจกรรม CT ต้องมีการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ต้องชี้ให้เห็นว่ากิจกรรม CT ที่จะดำเนินการนั้น เป็นการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับบริษัทเป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันในตลาดเป็นวิธีการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพการดำเนินกิจกรรม CT ไม่ใช่เป็นการจับผิดหรือโทษผู้หนึ่งผู้ใดในองค์กร
ตัวอย่างวิธีแก้ไขปัญหา
- นำเสนอ CT ว่าเป็นกิจกรรมที่ท้าทายในเชิงบวก มีผลต่อความก้าวหน้าของบริษัท
- นำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของ CT ของบริษัทอื่นที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
- รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ CT จากฐานข้อมูลหรือศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ
- ประเมินราคาของพลังงานสูญเสียและของเสีย และให้จัดเป็นทรัพยากรที่ควรนำมาใช้ประโยชน์ได้ (Reuse)
- เน้นถึงข้อเสนอ CT ประเภทไม่ต้องลงทุนหรือมีการลงทุนต่ำ หรือมีระยะเวลาคืนทุนที่เร็วและสามารถปฏิบัติได้ง่าย
-ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
ตอนที่ 2 การตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด
การตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด (CT-Audit)
ขั้นตอนการตรวจประเมิน
เทคโนโลยีสะอาด ส่วนใหญ่จะเป็นการวิเคราะห์กระบวนการผลิต หาแหล่งกำเนิดของเสียและสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT-option) เพื่อลดของเสียนั้น ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตดีขึ้น ใช้วันถุดิบน้อยลง กากของเสียไม่มีหรือมีน้อยเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตแบบเดิม
5 ขั้นตอนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด
การตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด
กระบวนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด (CT-Audit) ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่ 5 ขั้นตอน คือ การวางแผนจัดองค์กร การตรวจประเมินเบื้องต้น การตรวจประเมินละเอียด การศึกษาความเป็นไปได้ และการลงมือปฏิบัติ
ขั้นตอนการประยุกต์เทคโนโลยีสะอาด
การใช้เทคโนโลยีสะอาดในองค์กรต่าง ๆ ทำได้โดยวิธีการตรวจสอบเทคโนโลยีสะอาดมาใช้โดยวิธีการตรวจสอบเทคโนโลยีสะอาด (CT- audit)
ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนและการจัดการองค์กร (Planning & Organization)
เป็นขั้นตอนที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจังที่จะนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้โดยการกำหนดเป็นนโยบายสิ่งแวดล้อม ให้ชัดเจน และต้องกำหนดแผนงานถ่ายทอดสู่พนักงานทุกคน กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่มีลักษณะที่ชัดเจน ยืดหยุ่นและปฏิบัติได้ พร้อมทั้ง จัดตั้งคณะทำงาน เทคโนโลยีสะอาด ที่ประกอบด้วยผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ ผู้ผลักดันให้เกิดโครงการ ผู้มีความชำนาญด้านเทคนิค ผู้ประสานงานเป็นต้น
การกำหนดเป้าหมายซึ่งจะเป็นแนวทาง ในการทำเทคโนโลยี สะอาด และการพิจารณาถึง อุปสรรค ซึ่งอาจมีผลต่อการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมการป้องกัน
ขั้นตอนที่ 2 การประเมินเบื้องต้น
การตรวจประเมินเบื้องต้น หมายถึงกระบวนการสำรวจ ค้นหา ปัญหาและสาเหตุ ของการสูญเสีย รวมถึงการประเมินผลกระทบ และบริเวณที่มีศักยภาพในการทำเทคโนโลยีสะอาด โดยรวม โดยอาศัยหลักสามัญสำนึกเป็นส่วนใหญ่ และไม่ลงลึกในรายละเอียด เป็นขั้นตอนของการเตรียมการเพื่อดำเนินงานตรวจสอบมลพิษ (Preassessment Phase) เตรียมความพร้อมในการสำรวจโรงงาน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อาทิ
- ปริมาณการใช้วัตถุดิบ เช่น น้ำ สารเคมี เชื้อเพลิง ไฟฟ้า
- กำลังการผลิตและกระบวนการผลิต
- ปริมาณของเสียในรูปของแข็ง ของเหลว ก๊าซ
- ค่าใช้จ่ายในการผลิตและการบำบัดของเสีย
- การนำกลับมาใช้ใหม่
ขั้นตอนที่ 3 การตรวจประเมินละเอียด (Assessment Phase)
การประเมินโอกาศโดยละเอียด หมายถึง กระบวนกรศึกษาวิเคราะห์ โดยจัดทำ สมดุลมวลสารและพลังงาน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุ และแหล่งกำเนิดของของเสีย มลพิษ การสูญเสีย ทรัพยากร และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เป็นการนำข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดในขั้นตอนที่ 2 มาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาสาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษและทางแก้ไขอย่างเหมาะสมจากนั้นจึงกำหนดชุดทางเลือก การตรวจประเมิน เทคโนโลยี สะอาดโดยละเอียด เพื่อการศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป
ขั้นตอนที่ 4 การศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Feasibility Study)
การศึกษาความเป็นไปได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงระดับความละเอียด ที่ต้องการศึกษา ในแต่ละทางเลือก และความพร้อมของข้อมูล โดยประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน ผลดีและผลเสีย ในแง่ต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคนิค เป็นต้น และผลที่ได้ เป็นการประเมินทางเลือกที่กำหนดขึ้นเพื่อจัดลำดับความเป็นไปได้ คือ รายการลำดับ ความสำคัญ ของทางเลือกที่มีความคุ้มค่าในการลงทุนแล้วจึงประเมินความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิค ความยากง่ายในทางปฏิบัติ
ขั้นตอนที่ 5 การลงมือปฏิบัติ (Implementation)
การลงมือปฎิบัติ เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะเป็นเครื่อง บ่งชี้ว่า โครงการแต่ละโครงการที่ทำนั้นประสบผลสำเร็จตามแผน และเป้าหมายที่วางไว้ เป็นการนำแนวทางที่ได้คัดเลือกไว้มาลงมือปฏิบัติจริง รวมทั้งมีการติดตามและประเมินผลที่ได้รับ รวบรวมปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เปรียบเทียบผลที่ได้รับก่อนและหลังการนำเทคโนโลยีสะอาดไปใช้ การติดตามประเมินผลนั้น นอกจากจะบ่งชี้ถึงความสำเร็จแล้ว ถ้าทำให้ทราบถึงปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข ทำให้กิจกรรมเทคโนโลยีสะอาดดำเนินไป อย่างต่อเนื่อง
สรุป
ในขั้นตอนที่ 2 และ 3 จะเกี่ยวข้องกับการสร้างแผนภาพกระบวนการผลิต (Process Flow Diagram) พิจารณาสิ่งที่เข้าและออก (Input – Output) ในแต่ละหน่วยปฏิบัติการ ทำดุลมวลและดุลพลังงาน ซึ่งจะทำให้เข้าใจถึงแหล่งและปริมาณของของเสียที่ออกมกแล้ววิเคราะห์หาสาเหตุ และหาวิธีป้องกันแก้ไขโดยทำเป็นข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT – Option)
ปัจจัย 5 ประการในการวิเคราะห์สาเหตุ คือ
- วัตถุดิบ (Material)
- เทคโนโลยี (Technology)
- ผลิตภัณฑ์ (Product)
- การจัดการ (Management)
- ของเสีย (การใช้ซ้ำ ) หรือการหมุนเวียนไปใช้อีก (Recycle)
ซึ่งโดยทั่วไปจะพบว่าการจัดการอย่างง่ายสามารถลดของเสียและค่าใช้จ่ายลงได้กว่า 50%
จะเห็นได้ว่าการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้นั้น สามารถนำมาใช้ได้ทุกด้านไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต ภาคการบริการโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ชุมชนและที่สำคัญที่สุดคือ ภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นภาคหลัก ที่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า กากอุตสาหกรรมมากที่สุด ดังนั้นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยนำเทคโนโลยีสะอาดไปใช้จึงเน้นหนักที่ภาคอุตสาหกรรม
สำหรับตอนนี้จะแนะนำขั้นตอนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งรายละเอียดทุกขั้นตอนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน และที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้กิจกรรมเทคโนโลยีสะอาดดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนการตรวจประเมิน
เทคโนโลยีสะอาด ส่วนใหญ่จะเป็นการวิเคราะห์กระบวนการผลิต หาแหล่งกำเนิดของเสียและสร้างข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT-option) เพื่อลดของเสียนั้น ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตดีขึ้น ใช้วันถุดิบน้อยลง กากของเสียไม่มีหรือมีน้อยเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตแบบเดิม
5 ขั้นตอนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด
การตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด
กระบวนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด (CT-Audit) ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่ 5 ขั้นตอน คือ การวางแผนจัดองค์กร การตรวจประเมินเบื้องต้น การตรวจประเมินละเอียด การศึกษาความเป็นไปได้ และการลงมือปฏิบัติ
ขั้นตอนการประยุกต์เทคโนโลยีสะอาด
การใช้เทคโนโลยีสะอาดในองค์กรต่าง ๆ ทำได้โดยวิธีการตรวจสอบเทคโนโลยีสะอาดมาใช้โดยวิธีการตรวจสอบเทคโนโลยีสะอาด (CT- audit)
ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนและการจัดการองค์กร (Planning & Organization)
เป็นขั้นตอนที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจังที่จะนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้โดยการกำหนดเป็นนโยบายสิ่งแวดล้อม ให้ชัดเจน และต้องกำหนดแผนงานถ่ายทอดสู่พนักงานทุกคน กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่มีลักษณะที่ชัดเจน ยืดหยุ่นและปฏิบัติได้ พร้อมทั้ง จัดตั้งคณะทำงาน เทคโนโลยีสะอาด ที่ประกอบด้วยผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ ผู้ผลักดันให้เกิดโครงการ ผู้มีความชำนาญด้านเทคนิค ผู้ประสานงานเป็นต้น
การกำหนดเป้าหมายซึ่งจะเป็นแนวทาง ในการทำเทคโนโลยี สะอาด และการพิจารณาถึง อุปสรรค ซึ่งอาจมีผลต่อการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมการป้องกัน
ขั้นตอนที่ 2 การประเมินเบื้องต้น
การตรวจประเมินเบื้องต้น หมายถึงกระบวนการสำรวจ ค้นหา ปัญหาและสาเหตุ ของการสูญเสีย รวมถึงการประเมินผลกระทบ และบริเวณที่มีศักยภาพในการทำเทคโนโลยีสะอาด โดยรวม โดยอาศัยหลักสามัญสำนึกเป็นส่วนใหญ่ และไม่ลงลึกในรายละเอียด เป็นขั้นตอนของการเตรียมการเพื่อดำเนินงานตรวจสอบมลพิษ (Preassessment Phase) เตรียมความพร้อมในการสำรวจโรงงาน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อาทิ
- ปริมาณการใช้วัตถุดิบ เช่น น้ำ สารเคมี เชื้อเพลิง ไฟฟ้า
- กำลังการผลิตและกระบวนการผลิต
- ปริมาณของเสียในรูปของแข็ง ของเหลว ก๊าซ
- ค่าใช้จ่ายในการผลิตและการบำบัดของเสีย
- การนำกลับมาใช้ใหม่
ขั้นตอนที่ 3 การตรวจประเมินละเอียด (Assessment Phase)
การประเมินโอกาศโดยละเอียด หมายถึง กระบวนกรศึกษาวิเคราะห์ โดยจัดทำ สมดุลมวลสารและพลังงาน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุ และแหล่งกำเนิดของของเสีย มลพิษ การสูญเสีย ทรัพยากร และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เป็นการนำข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดในขั้นตอนที่ 2 มาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาสาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษและทางแก้ไขอย่างเหมาะสมจากนั้นจึงกำหนดชุดทางเลือก การตรวจประเมิน เทคโนโลยี สะอาดโดยละเอียด เพื่อการศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป
ขั้นตอนที่ 4 การศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Feasibility Study)
การศึกษาความเป็นไปได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงระดับความละเอียด ที่ต้องการศึกษา ในแต่ละทางเลือก และความพร้อมของข้อมูล โดยประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน ผลดีและผลเสีย ในแง่ต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคนิค เป็นต้น และผลที่ได้ เป็นการประเมินทางเลือกที่กำหนดขึ้นเพื่อจัดลำดับความเป็นไปได้ คือ รายการลำดับ ความสำคัญ ของทางเลือกที่มีความคุ้มค่าในการลงทุนแล้วจึงประเมินความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิค ความยากง่ายในทางปฏิบัติ
ขั้นตอนที่ 5 การลงมือปฏิบัติ (Implementation)
การลงมือปฎิบัติ เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะเป็นเครื่อง บ่งชี้ว่า โครงการแต่ละโครงการที่ทำนั้นประสบผลสำเร็จตามแผน และเป้าหมายที่วางไว้ เป็นการนำแนวทางที่ได้คัดเลือกไว้มาลงมือปฏิบัติจริง รวมทั้งมีการติดตามและประเมินผลที่ได้รับ รวบรวมปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เปรียบเทียบผลที่ได้รับก่อนและหลังการนำเทคโนโลยีสะอาดไปใช้ การติดตามประเมินผลนั้น นอกจากจะบ่งชี้ถึงความสำเร็จแล้ว ถ้าทำให้ทราบถึงปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข ทำให้กิจกรรมเทคโนโลยีสะอาดดำเนินไป อย่างต่อเนื่อง
สรุป
ในขั้นตอนที่ 2 และ 3 จะเกี่ยวข้องกับการสร้างแผนภาพกระบวนการผลิต (Process Flow Diagram) พิจารณาสิ่งที่เข้าและออก (Input – Output) ในแต่ละหน่วยปฏิบัติการ ทำดุลมวลและดุลพลังงาน ซึ่งจะทำให้เข้าใจถึงแหล่งและปริมาณของของเสียที่ออกมกแล้ววิเคราะห์หาสาเหตุ และหาวิธีป้องกันแก้ไขโดยทำเป็นข้อเสนอเทคโนโลยีสะอาด (CT – Option)
ปัจจัย 5 ประการในการวิเคราะห์สาเหตุ คือ
- วัตถุดิบ (Material)
- เทคโนโลยี (Technology)
- ผลิตภัณฑ์ (Product)
- การจัดการ (Management)
- ของเสีย (การใช้ซ้ำ ) หรือการหมุนเวียนไปใช้อีก (Recycle)
ซึ่งโดยทั่วไปจะพบว่าการจัดการอย่างง่ายสามารถลดของเสียและค่าใช้จ่ายลงได้กว่า 50%
จะเห็นได้ว่าการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้นั้น สามารถนำมาใช้ได้ทุกด้านไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต ภาคการบริการโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ชุมชนและที่สำคัญที่สุดคือ ภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นภาคหลัก ที่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า กากอุตสาหกรรมมากที่สุด ดังนั้นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยนำเทคโนโลยีสะอาดไปใช้จึงเน้นหนักที่ภาคอุตสาหกรรม
สำหรับตอนนี้จะแนะนำขั้นตอนการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งรายละเอียดทุกขั้นตอนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน และที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้กิจกรรมเทคโนโลยีสะอาดดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิชา คุณภาพชีวิตกับเทคโนโลยีสะอาด
คุณภาพชีวิตกับเทคโนโลยีสะอาดQuality of Life and Clean Technology
จุดประสงค์รายวิชา
1. เพื่อความเข้าใจหลักการใช้เทคโนโลยีสะอาดและการประหยัดพลังงาน
2. เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีสะอาดลดมลพิษสิ่งแวดล้อม ตรวจ ประเมิน และเขียนรายงานเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
3. เพื่อให้มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีต่อการใช้เทคโนโลยีสะอาดลดมลพิษสิ่งแวดล้อม
มาตรฐานรายวิชา
1. วิเคราะห์หลักการใช้เทคโนโลยีสะอาดลดมลพิษสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน
2. ตรวจ ประเมิน และการเขียนรายงานเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
3. กำจัดมลพิษและบำบัดของเสีย
4.นำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ การใช้เทคโนโลยีสะอาด ความสำคัญของการลดมลพิษสิ่งแวดล้อม เทคนิคการตรวจสอบ ประเมิน และการเขียนรายงานเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น การกำจัดมลพิษและบำบัดของเสีย การนำทรัพยากรมาใช้ใหม่ การประหยัดพลังงาน และการจัดหาพลังงาน
การวัดผลประเมินผล
1. เวลาเรียน ความสนใจในชั้นเรียน สมุดบันทึกงาน และจิตพิสัย 20 %
2.งานระหว่างเรียน 10 %
3.การนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า 60 %
- Web site 10 %
- Power Point 10 %
- Brochures 5 %
- รายงานการสำรวจเทคโนโลยีสะอาดในองค์กร 35 %
4. การวัดผล
- สอบกลางภาค 10 %
งานประจำภาค
สำรวจเทคโนโลยีสะอาดในหัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา เกี่ยกับเรื่องต่อไปนี้
1.มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
2. การนำทรัพยากรมาใช้ใหม่
3. การประหยัดพลังงาน
4.พลังงานทดแทน
จุดประสงค์รายวิชา
1. เพื่อความเข้าใจหลักการใช้เทคโนโลยีสะอาดและการประหยัดพลังงาน
2. เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีสะอาดลดมลพิษสิ่งแวดล้อม ตรวจ ประเมิน และเขียนรายงานเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
3. เพื่อให้มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีต่อการใช้เทคโนโลยีสะอาดลดมลพิษสิ่งแวดล้อม
มาตรฐานรายวิชา
1. วิเคราะห์หลักการใช้เทคโนโลยีสะอาดลดมลพิษสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน
2. ตรวจ ประเมิน และการเขียนรายงานเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น
3. กำจัดมลพิษและบำบัดของเสีย
4.นำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ การใช้เทคโนโลยีสะอาด ความสำคัญของการลดมลพิษสิ่งแวดล้อม เทคนิคการตรวจสอบ ประเมิน และการเขียนรายงานเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้น การกำจัดมลพิษและบำบัดของเสีย การนำทรัพยากรมาใช้ใหม่ การประหยัดพลังงาน และการจัดหาพลังงาน
การวัดผลประเมินผล
1. เวลาเรียน ความสนใจในชั้นเรียน สมุดบันทึกงาน และจิตพิสัย 20 %
2.งานระหว่างเรียน 10 %
3.การนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า 60 %
- Web site 10 %
- Power Point 10 %
- Brochures 5 %
- รายงานการสำรวจเทคโนโลยีสะอาดในองค์กร 35 %
4. การวัดผล
- สอบกลางภาค 10 %
งานประจำภาค
สำรวจเทคโนโลยีสะอาดในหัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา เกี่ยกับเรื่องต่อไปนี้
1.มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
2. การนำทรัพยากรมาใช้ใหม่
3. การประหยัดพลังงาน
4.พลังงานทดแทน
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน วิชา ห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ
แบบทดสอบ
วิชา ห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ (3000-1601)
1. ข้อใดเป็นชนชาติที่บันทึกความคิดความรู้ของมนุษย์ลงบนแผ่นดินเหนียวโดยใช้อักษรคิวนิฟอร์ม เรียงลำดับตามความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
1. สุเมเรียน อัสสิเรียน บาบิโลเนียน
2. สุเมเรียน บาบิโลเนียน อัสสิเรียน
3. อัสสิเรียน บาบิโลเนียน สุเมเรียน
4. อัสสิเรียน สุเมเรียน บาบิโลเนียน
2.ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของห้องสมุด
1. เพื่อการศึกษา
2. เพื่อความบันเทิงใจ
3. เพื่อความจรรโลงใจ
4. เพื่อการค้นคว้าวิจัย
3.ห้องสมุดสำหรับประชาชนแห่งแรกของไทยคือข้อใด
1. หอหลวง
2. หอพระสมุดวชิรญาณ
3. หอพุทธสาสนสังคหะ
4. หอพุทธวาสวัดพระเชตุพน
4.นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาควรจะต้องมีวิธีการอ่านตำราวิชาต่างๆ อย่างไร
1. การอ่านเพื่อศึกษารายละเอียด
2. การอ่านอย่างเฉพาะเจาะจง
3. การอ่านอย่างวิเคราะห์
4. การอ่านจนเกิดความคิดรอบคอบ
5.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับห้องสมุดอัตโนมัติ
1. ทรัพยากรสารสนเทศอยู่ในสื่อรูปอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด
2. ให้บริการสืบค้นสารสนเทศในระบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเท่านั้น
3.ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการจัดทำข้อมูล
4. ไม่จำเป็นต้องมีผู้ให้บริการเพราะทุกอย่างสืบค้นด้วยระบบออนไลน์และไม่มีตัวอาคาร
6. ทรัพยากรสารสนเทศที่มีคุณค่าและหาได้ยาก ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างสะดวกรวดเร็วได้อย่างไร
1. ใช้บริการได้ที่งานบริการช่วยการค้นคว้า
2. ใช้บริการที่ฝ่ายบริการผู้อ่าน
3. ใช้บริการผ่านบริการการยืมระหว่างห้องสมุด
4. ใช้บริการผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
7.ข้อใดเป็นผลการสืบค้นรายการทรัพยากรสารสนเทศที่ได้จากการสืบค้นบน WebOPAC
1. สารสนเทศของทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท
2. รายชื่อผู้แต่งและทรัพยากรสารสนเทศทั้งหมด
3. รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะการพิมพ์ของทรัพยากรสารสนเทศ
4. รายละเอียดทางบรรณานุกรมของรายการทรัพยากรสารสนเทศ
8.ส่วนใดของหนังสือที่แสดงให้ผู้อ่านทราบถึงเค้าโครงของเนื้อหาภายในเล่ม
1. หน้าปก
2. คำนำ
3. สารบัญ
4. บทนำ
9. ข้อใดคือความหมายของสื่อโสตทัศน์
1. มีวิธีการบันทึกในรูปแบบที่สะดวกต่อการใช้
2. สื่อที่สามารถบันทึกและลบได้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย
3. วัสดุที่จัดทำขึ้นเพื่อความรู้และความบันเทิงในเวลาเดียวกัน
4. วัสดุที่ต้องมีอุปกรณ์ช่วยในการใช้
10.ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. วารสารเป็นสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องที่ให้ความรู้ความบันเทิง
2. นิตยสารเป็นสิ่งพิมพ์ที่นำเสนอเรื่องราวแนวบันเทิงพร้อมการวิเคราะห์
3. สิ่งพิมพ์รัฐบาลนำเสนอการปฏิบัติงานเพื่อเผยแพร่ให้ทราบ
4. หนังสือพิมพ์เป็นสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องประเภทหนึ่ง
11. ทรัพยากรสารสนเทศในข้อใดจัดเป็นสื่อสารสนเทศปฐมภูมิ
1. ตำราเรียน
2. หนังสือ
3. หนังสือพิมพ์
4. รายงานการวิจัย
12. สื่อประเภทใดแสดงสภาพภูมิศาสตร์โดยการย่อส่วนในลักษณะแบนราบ
1. รูปภาพ
2. แผนที่ลูกโลก
3. แผนที่
4. แผนภาพ
13. "จานแสง" จัดเป็นทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดประเภทใด
1. สื่อโสตทัศน์
2. แผนที่ลูกโลก
3. แผนที่
4. แผนภาพ
14. ค้นคำที่มีความหมายคล้ายกันกับคำว่า Loyalty ได้จากเอกสารอ้างอิงข้อใด
1. สารานุกรม
2. นามานุกรม
3. พจนานุกรม
4. หนังสือคู่มือ
15. ค้นชื่อผู้ประพันธ์เพลงชาติไทย ได้จากข้อใด
1. หนังสือคู่มือ
2. สารานุกรม
3. หนังสือนำเที่ยว
4. นามานุกรม
16. ข้อใดให้รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่การงานของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำสหรัฐฯ ก่อนได้รับ การเลือกตั้ง
1. อักขรานุกรมภูมิศาสตร์
2. อักขรานุกรมชีวประวัติ
3. สารานุกรมเฉพาะวิชา
4. หนังสือรายปี
17. นักศึกษาสามารถค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนได้จากหนังสืออ้างอิงประเภทใด
1. หนังสือคู่มือ
2. นามานุกรม
3. สารานุกรม
4. สิ่งพิมพ์รัฐบาล
18. ต้องการทราบเกี่ยวกับประเภทของโทรศัพท์ที่ใช้เป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 สามารถค้นหาได้จากข้อใด
1. หนังสือคู่มือ
2. นามานุกรม
3. สารานุกรม
4. สิ่งพิมพ์รัฐบาล
19. หนังสืออ้างอิงประเภทใดให้ตราประจำกรุงเทพมหานคร
1. นามานุกรม
2. อักขรานุกรมภูมิศาสตร์
3. หนังสือแผนที่
4. หนังสือนำเที่ยว
20. กรณีใดที่ท่านใช้ดรรชนีวารสาร
1. ต้องการอ่านหนังสือเรื่องผักปลอดสารพิษ
2. ต้องการอ่านบทความเรื่องผักปลอดสารพิษ
3. ต้องการทราบคำจำกัดความของผักปลอดสารพิษ
4. ต้องการซื้อหนังสือเกี่ยวกับผักปลอดสารพิษ
21. สารานุกรมอิเล็กทรอนิกส์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นฐานข้อมูลประเภทใด
1. ฐานข้อมูลบรรณานุกรม
2. ฐานข้อมูลตัวเลข
3. ฐานข้อมูลเนื้อหาฉบับเต็ม
4. ฐานข้อมูลชี้แนะแหล่ง
22. ห้องสมุดประชาชนนิยมจัดหมวดหมู่ทรัพยากรสารสนเทศด้วยระบบใด
1. ระบบโคล่อน
2. ระบบทศนิยมดิวอี้
3. ระบบทศนิยมสากล
4. ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน
23. สัญลักษณ์ของหนังสือต่อไปนี้ เป็นการจัดหมวดหมู่หนังสือประเภทใด
FIC S 312 W
1. หนังสือนวนิยาย
2. หนังสือรวมเรื่องสั้น
3. หนังสือสำหรับเด็ก
4. หนังสือชีวประวัติ
24. การจัดหมวดหมู่หนังสือมีวัตถุประสงค์อย่างไร
1. เพื่อจัดหาหนังสือให้เป็นระบบโดยพิจารณาจากชื่อเรื่องหนังสือ
2. เพื่อรวบรวมหนังสือที่มีวิธีการประพันธ์เดียวกันไว้ในที่เดียวกัน
3. เพื่อจัดทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
4. เพื่อกำหนดเครื่องหมายและตำแหน่งที่ให้บริการหนังสือในห้องสมุด
25. จงเรียงลำดับหนังสือจากเลขเรียงหนังสือต่อไปนี้ให้ถูกต้องตามหลักการเรียงหนังสือบนชั้น
ก S415.P32
ข SF712.N41
ค SD73.2.S152
ง S52.L73
1. ง ก ข ค
2. ค ข ก ง
3. ง ก ค ข
4. ข ค ก ง
26. ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือที่ใช้สัญลักษณ์เป็นตัวอักษรโรมันและเลขอารบิคคือข้อใด
1. ระบบทศนิยมสากล
2. ระบบทศนิยมดิวอี้
3. ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน
4. ระบบหอสมุดแพทย์แห่งชาติอเมริกัน
27. สิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการค้นหาหนังสือบนชั้นหนังสือได้อย่างรวดเร็วคือข้อใด
1. เลขหมู่หนังสือ
2. เลขประจำหนังสือ
3. เลขมาตรฐานสากลของหนังสือ
4. เลขเรียกหนังสือ
28. ข้อใดเป็นสัญลักษณ์ที่ห้องสมุดนิยมใช้แทนสิ่งพิมพ์รัฐบาล
1. SR
2. RL
3. SC
4. GP
29. ห้องสมุดไม่นิยมจัดเก็บหนังสือพิมพ์ฉบับย้อนหลังด้วยวิธีใด
1. นำไปเย็บรวมเป็นเล่มเมื่อได้รับครบปี
2. จัดเก็บไว้ในรูปไมโครฟิล์ม
3. จัดเก็บไว้ระยะเวลาหนึ่งประมาณ 1-2 ปี แล้วคัดทิ้งไป
4. คัดเลือกหนังสือพิมพ์ฉบับสำคัญๆ ถ่ายเป็นวัสดุย่อส่วน
30. SR เป็นสัญลักษณ์ของทรัพยากรสารสนเทศประเภทใด
1. วิดีทัศน์
2. แผ่นเสียง
3. เทปบันทึกเสียง
4. ภาพโปร่งใส
31. แผนที่และภาพโปร่งใสเหมือนกันในข้อใด
1. เป็นสื่อสิ่งพิมพ์
2. เป็นโสตวัสดุ
3. เป็นทัศนวัสดุ
4. เป็นโสตทัศนวัสดุ
32. ข้อใดเป็นวิธีจัดเก็บวิดีทัศน์
1. จัดเรียงขึ้นชั้นรวมไว้กับหนังสือ
2. ใช้สัญลักษณ์ TR และเก็บแยกไว้ต่างหากไม่รวมกับวัสดุอื่น ๆ
3. จัดแยกไว้ต่างหาก และกำหนดสัญลักษณ์ให้ คือ RL
4. จัดแยกไว้ต่างหาก และกำหนดสัญลักษณ์ให้ คือ RL
33. ข้อใดเป็นวิธีจัดเก็บซีดีรอม
1. จัดหมู่โปรแกรมคำสั่งด้วยระบบจัดหมู่
2. จัดเรียงใส่ตะแกรงพลาสติกไว้บนขั้นแบบชั้นหนังสือ
3. แยกเก็บไว้ในตู้เก็บตามหัวเรื่อง
4. จัดเก็บในระบบชั้นปิด
34. บัตรรายการประเภทใดที่บอกให้ทราบถึงจำนวนหนังสือแต่ละหมวดที่ห้องสมุดมีอยู่
1. บัตรแจ้งหมู่หนังสือ
2. บัตรหัวเรื่อง
3. บัตรชื่อเรื่อง
4. บัตรหลัก
จากบัตรรายการข้างล่างนี้ จงตอบคำถามข้อ 35-39
3---- 370.942 Dunford,John <------------ 1
D915E The education system in England and Wales/<--2
5 -------------> John Dunford,Paul Sharp. - - London: Longman,1990<--4
7 -------------> IX, 113p. (The effective teacher series)
8 -------------> Index
ISBN 0-582-009669 <------------ 6
1.Education - - England 2.Sharp,Paul. 3.Title <------------ 9
35. บัตรรายการนี้จัดเป็นประเภทใด
1. บัตรเรื่อง
2. บัตรชื่อเรื่อง
3. บัตรผู้แต่ง
4. บัตรชื่อชุด
36. ส่วนใดของบัตรรายการที่จะนำผู้ใช้ไปสู่หนังสือเล่มที่ต้องการ
1. รายการหมายเลข 2
2. รายการหมายเลข 4
3. รายการหมายเลข 3
4. รายการหมายเลข 13
37. ส่วนใดในบัตรรายการที่แสดงให้ทราบว่า หนังสือเล่มนี้มีเครื่องมือช่วยให้ค้นหัวข้อเรื่องที่ต้องได้อย่างรวดเร็ว
1. รายการหมายเลข 6
2. รายการหมายเลข 7
3. รายการหมายเลข 8
4. รายการหมายเลข 9
38. รายการใดเป็นชื่อชุดของหนังสือเล่มนี้
1. รายการหมายเลข 6
2. รายการหมายเลข 7
3. รายการหมายเลข 8
4. รายการหมายเลข 9
39. รายการในข้อใดเป็นเลขประจำหนังสือสากล
1. รายการหมายเลข 6
2. รายการหมายเลข 7
3. รายการหมายเลข8
4. รายการหมายเลข 9
40 บรรทัดแรกสุดของบัตรรายการ 4 บัตร ปรากฏข้อความดังนี้
ก. สุนทรภู่ ข. สารประเสริฐ,พระ ค. ไสว พัฒโน ง. สอ เสถบุตร
ข้อใดเป็นการเรียงลำดับที่ถูกต้องของบัตรทั้ง 4 นี้
1. ก ข ค ง
2. ข ค ง ก
3. ค ง ข ก
4. ง ข ก ค
41. ข้อใดคือคำหรือวลีที่ใช้แทนเนื้อหาของหนังสือ
1. บัตรเรื่อง
2. หัวเรื่อง
3. บัญชีหัวเรื่อง
4. แนวสืบค้น
42. หัวเรื่องในข้อใดเป็นคำผสม
1. Childrend and Television
2. Children,Psychological aspect of
3. Television - Program for Children
4. Television - - History
43. หัวเรื่องใดเหมาะสมที่สุดเมื่อต้องการค้นหาหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
1. ประวัติศาสตร์ไทย
2. ประวัติศาสตร์ - - ไทย
3. ประเทศไทย - - ประวัติ
4. ไทย - - ประวัติศาสตร์
44. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการใช้หัวเรื่องค้นหาสารสนเทศ
1. ชื่อเทพเจ้าในเทพปกรณัมใช้เป็นหัวเรื่องคำค้นได้
2. คำที่มีความหมายทั่วไปใช้เป็นคำค้นได้ดีกว่าคำที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง
3. ในกรณีที่เป็นคำคุ้นเคยไม่ต้องใช้คำในบัญชีหัวเรื่องมาตรฐานก็ได้
4. ห้องสมุดและองค์กรใหญ่นิยมกำหนดหัวเรื่องใช้เองภายในหน่วยงาน
45. จากบัญชีหัวเรื่องรายการหนึ่ง ปรากฏดังนี้
ดุลการค้า
ดูเพิ่มเติม ดุลการชำระเงิน
X ดุลยภาพการค้า
จงพิจารณาว่าข้อใดถูกต้องที่สุด
1. ดุลการค้าและดุลยภาพการค้าใช้เป็นหัวเรื่องได้
2. ดุลการค้าและดุลการชำระเงินใช้ค้นหาสารสนเทศได้
3. ดุลการชำระเงินและดุลยภาพการค้าใช้เป็นหัวเรื่องได้
4. ทั้งสามหัวเรื่องสามารถใช้ค้นหาสารสนเทศได้
46. แหล่งข้อมูลใดที่ช่วยให้ผู้ทำรายงานภาคนิพนธ์เลือกหัวข้อเรื่องได้เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น
1. รายงานประจำปี อักขรานุกรมชีวประวัติ
2. ดรรชนีวารสาร สารานุกรม
3. สิ่งพิมพ์รัฐบาล หนังสือหายาก
4. ดรรชนีหนังสือพิมพ์ ดรรชนีโสตทัศนูปกรณ์
47. ขั้นตอนใดจัดเป็นการวางแนวของเนื้อหารายงานทางวิชาการ
1. ขั้นสำรวจข้อมูล
2. ขั้นเขียนหน้าสารบัญ
3. ขั้นวางโครงเรื่อง
4. ขั้นเขียนรายงานฉบับร่าง
48. นักศึกษาจะได้รายละเอียดของรายการเอกสารประกอบการเขียนรายงานภาคนิพนธ์จากสิ่งใด
1. บัตรบันทึก
2. บัตรดรรชนี
3. บัตรบรรณานุกรม
4. บัตรจุลสาร
49. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของการเขียนเชิงอรรถแบบเสริมความในรายงานภาคนิพนธ์
1. เพื่อแสดงอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อความในรายงาน
2. เพื่อโยงให้ผู้อ่านรายงานไปศึกษาเพิ่มเติม
3. เพื่อสรุปสาระในเนื้อหารายงาน
4. เพื่ออธิบายเพิ่มเติมเสริมเนื้อหาของรายงาน
50. ต้องการนำโคลงโลกนิติมาประกอบในรายงานภาคนิพนธ์ควรปฏิบัติอย่างไร
1. จัดพิมพ์ด้วยอักษรตัวโตเพื่อความเด่นชัด
2. ขีดเส้นใต้โคลงที่นำมาอ้างอิงทั้งหมด
3. ลอกมาเหมือนต้นฉบับภายใต้เครื่องหมาย" "
4. ลอกมาเหมือนต้นฉบับโดยมีเครื่องหมาย ... ไว้ท้ายโคลง
51. เพื่อมิให้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้ทำผลงานวิชาการควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้อง
1. เขียนรายชื่อเจ้าของผลงานไว้หน้าคำนำอุทิศ
2. กล่าวขอบคุณไว้ในประกาศคุณูปการ
3.เขียนอ้างที่นำมาใช้ในหน้าบรรณานุกรม
4. ทำดัชนีชื่อผู้เขียนผลงานที่อ้างอิงถึงไว้ท้ายรายงาน
52. บรรณานุกรมที่แสดงหลักฐานประกอบการศึกษาค้นคว้าในรายงานแต่ละเรื่อง ควรนำเสนอไว้ส่วนใด
1. ส่วนเนื้อหา
2. ส่วนประกอบตอนท้าย
3. ภาคผนวก
4. รายการอ้างอิง
53. ข้อใดคือความหมายของ "เชิงอรรถ"(Foot note หรือ Note)
1. เป็นการขยายอรรถรสของเนื้อหารรายงานแต่ละเรื่อง
2. เป็นการทำโน๊ตอ้างอิงในเนื้อหาของรายงาน
3. เป็นรายการโน๊ตที่ใช้ประกอบการทำรายงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
4. เป็นการบันทึกหลักฐานประกอบการค้นคว้าที่ท้ายแต่ละหน้าของรายงาน
54. ข้อใดคือรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมของหนังสือที่มีผู้แต่งมากกว่า 3 คน
1. รังสรรค์ แสงสุข และคนอื่นๆ . ความรู้คู่คุณธรรม (RU 100). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545.
2. รังสรรค์ แสงสุข และคณะ . ความรู้คู่คุณธรรม (RU 100) กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545.
3. รังสรรค์ แสงสุข . ความรู้คู่คุณธรรม (RU 100) กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545.
4. รังสรรค์ แสงสุข และคณะอาจารย์ . ความรู้คู่คุณธรรม (RU 100) กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545.
55. ข้อใดคือรูปแบบการพิมพ์รายงานที่ถูกต้อง
1. การพิมพ์รายงานของภาคผนวก ให้พิมพ์เนื้อหาเริ่มจากกลางหน้ากระดาษ
2. การพิมพ์รายงานทางบรรณานุกรม ให้พิมพ์ห่างจากขอบกระดาษ 1.5 นิ้ว ถ้าไม่จบในบรรทัดเดียวกันให้ขึ้นบรรทัดใหม่โดยเริ่มพิมพ์ระยะที่ 6 หรือ 8
3. พิมพ์ข้อความห่างจากขอบกระดาษด้านล่าง 1 นิ้ว ไม่เว้นแม้แต่เป็นการขึ้นหัวข้อใหม่
4. ปกรายงานต้องมีพลาสติกหุ้มเพื่อกันการเปียกชื้น
56. ข้อใดเป็นการลงรายการบรรณานุกรมบทความเรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดย สมศักดิ์ โชคช่วย นำเสนอบนอินเทอร์เน็ต ที่ถูกต้อง
1. ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. โดย สมศักดิ์ โชคช่วย.2545(กันยายน, 12) [Online]. Available URL : http://www.srithai.com/ponsri/
2. สมศักดิ์ โชคช่วย. 2545 (กันยายน, 12) ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. [Online]. Available URL : http://www.srithai.com/ponsri/
3. 1สมศักดิ์ โชคช่วย. 2545 (กันยายน, 12) ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. [Online]. Available URL: http://www.srithai.com/ponsri/
4. 1ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. โดย สมศักดิ์ โชคช่วย. 2545 (กันยายน, 12) [Online]. Available URL : http://www.srithai.com/ponsri/
57. ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตที่ไม่ถูกต้อง
1. เกิดจากการรวมกันของเครือข่ายต่างๆ
2. สามารถติดต่อกันได้ด้วยโพรโตคอล TCP/IP
3. ผู้ใช้ทั่วไปเข้าใช้ อินเทอร์เน็ต ผ่าน ISP
4. คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องมีรหัสประจำเครื่อง
58. ข้อใดไม่ใช่บริการบน อินเทอร์เน็ต
1. IRC, TCP/IP, ARCHIE
2. USENET, VERNICA, TELNET
3. WWW, ICQ, FTP
4. GOPHER,WAIS, E-MAIL
59. ข้อใดคือประโยชน์ของการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
1. สืบค้นที่อยู่ของเพื่อนต่างชาติได้สะดวกรวดเร็ว
2. ใช้ FTP นำโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ได้ฟรี
3. ศึกษา ค้นคว้า วิจัย จากแหล่งสารสนเทศต่างๆ ผ่าน Search Engine
4. ทำธุรกิจระบบพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยได้รับการยกเว้นการเสียภาษี
60. ข้อความใดไม่ถูกต้อง
1. TELNET เป็นบริการสื่อสารแบบ Remote Login
2. WWW เป็นบริการเครือข่ายใยแมงมุม
3. GOPHER เป็นบริการสืบค้นสารสนเทศจากการระบุ Keyword
4. E-MAIL เป็นบริการข่าวสารระหว่างกัน
วิชา ห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ (3000-1601)
1. ข้อใดเป็นชนชาติที่บันทึกความคิดความรู้ของมนุษย์ลงบนแผ่นดินเหนียวโดยใช้อักษรคิวนิฟอร์ม เรียงลำดับตามความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
1. สุเมเรียน อัสสิเรียน บาบิโลเนียน
2. สุเมเรียน บาบิโลเนียน อัสสิเรียน
3. อัสสิเรียน บาบิโลเนียน สุเมเรียน
4. อัสสิเรียน สุเมเรียน บาบิโลเนียน
2.ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของห้องสมุด
1. เพื่อการศึกษา
2. เพื่อความบันเทิงใจ
3. เพื่อความจรรโลงใจ
4. เพื่อการค้นคว้าวิจัย
3.ห้องสมุดสำหรับประชาชนแห่งแรกของไทยคือข้อใด
1. หอหลวง
2. หอพระสมุดวชิรญาณ
3. หอพุทธสาสนสังคหะ
4. หอพุทธวาสวัดพระเชตุพน
4.นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาควรจะต้องมีวิธีการอ่านตำราวิชาต่างๆ อย่างไร
1. การอ่านเพื่อศึกษารายละเอียด
2. การอ่านอย่างเฉพาะเจาะจง
3. การอ่านอย่างวิเคราะห์
4. การอ่านจนเกิดความคิดรอบคอบ
5.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับห้องสมุดอัตโนมัติ
1. ทรัพยากรสารสนเทศอยู่ในสื่อรูปอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด
2. ให้บริการสืบค้นสารสนเทศในระบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเท่านั้น
3.ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการจัดทำข้อมูล
4. ไม่จำเป็นต้องมีผู้ให้บริการเพราะทุกอย่างสืบค้นด้วยระบบออนไลน์และไม่มีตัวอาคาร
6. ทรัพยากรสารสนเทศที่มีคุณค่าและหาได้ยาก ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างสะดวกรวดเร็วได้อย่างไร
1. ใช้บริการได้ที่งานบริการช่วยการค้นคว้า
2. ใช้บริการที่ฝ่ายบริการผู้อ่าน
3. ใช้บริการผ่านบริการการยืมระหว่างห้องสมุด
4. ใช้บริการผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
7.ข้อใดเป็นผลการสืบค้นรายการทรัพยากรสารสนเทศที่ได้จากการสืบค้นบน WebOPAC
1. สารสนเทศของทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท
2. รายชื่อผู้แต่งและทรัพยากรสารสนเทศทั้งหมด
3. รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะการพิมพ์ของทรัพยากรสารสนเทศ
4. รายละเอียดทางบรรณานุกรมของรายการทรัพยากรสารสนเทศ
8.ส่วนใดของหนังสือที่แสดงให้ผู้อ่านทราบถึงเค้าโครงของเนื้อหาภายในเล่ม
1. หน้าปก
2. คำนำ
3. สารบัญ
4. บทนำ
9. ข้อใดคือความหมายของสื่อโสตทัศน์
1. มีวิธีการบันทึกในรูปแบบที่สะดวกต่อการใช้
2. สื่อที่สามารถบันทึกและลบได้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย
3. วัสดุที่จัดทำขึ้นเพื่อความรู้และความบันเทิงในเวลาเดียวกัน
4. วัสดุที่ต้องมีอุปกรณ์ช่วยในการใช้
10.ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. วารสารเป็นสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องที่ให้ความรู้ความบันเทิง
2. นิตยสารเป็นสิ่งพิมพ์ที่นำเสนอเรื่องราวแนวบันเทิงพร้อมการวิเคราะห์
3. สิ่งพิมพ์รัฐบาลนำเสนอการปฏิบัติงานเพื่อเผยแพร่ให้ทราบ
4. หนังสือพิมพ์เป็นสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องประเภทหนึ่ง
11. ทรัพยากรสารสนเทศในข้อใดจัดเป็นสื่อสารสนเทศปฐมภูมิ
1. ตำราเรียน
2. หนังสือ
3. หนังสือพิมพ์
4. รายงานการวิจัย
12. สื่อประเภทใดแสดงสภาพภูมิศาสตร์โดยการย่อส่วนในลักษณะแบนราบ
1. รูปภาพ
2. แผนที่ลูกโลก
3. แผนที่
4. แผนภาพ
13. "จานแสง" จัดเป็นทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดประเภทใด
1. สื่อโสตทัศน์
2. แผนที่ลูกโลก
3. แผนที่
4. แผนภาพ
14. ค้นคำที่มีความหมายคล้ายกันกับคำว่า Loyalty ได้จากเอกสารอ้างอิงข้อใด
1. สารานุกรม
2. นามานุกรม
3. พจนานุกรม
4. หนังสือคู่มือ
15. ค้นชื่อผู้ประพันธ์เพลงชาติไทย ได้จากข้อใด
1. หนังสือคู่มือ
2. สารานุกรม
3. หนังสือนำเที่ยว
4. นามานุกรม
16. ข้อใดให้รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่การงานของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำสหรัฐฯ ก่อนได้รับ การเลือกตั้ง
1. อักขรานุกรมภูมิศาสตร์
2. อักขรานุกรมชีวประวัติ
3. สารานุกรมเฉพาะวิชา
4. หนังสือรายปี
17. นักศึกษาสามารถค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนได้จากหนังสืออ้างอิงประเภทใด
1. หนังสือคู่มือ
2. นามานุกรม
3. สารานุกรม
4. สิ่งพิมพ์รัฐบาล
18. ต้องการทราบเกี่ยวกับประเภทของโทรศัพท์ที่ใช้เป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 สามารถค้นหาได้จากข้อใด
1. หนังสือคู่มือ
2. นามานุกรม
3. สารานุกรม
4. สิ่งพิมพ์รัฐบาล
19. หนังสืออ้างอิงประเภทใดให้ตราประจำกรุงเทพมหานคร
1. นามานุกรม
2. อักขรานุกรมภูมิศาสตร์
3. หนังสือแผนที่
4. หนังสือนำเที่ยว
20. กรณีใดที่ท่านใช้ดรรชนีวารสาร
1. ต้องการอ่านหนังสือเรื่องผักปลอดสารพิษ
2. ต้องการอ่านบทความเรื่องผักปลอดสารพิษ
3. ต้องการทราบคำจำกัดความของผักปลอดสารพิษ
4. ต้องการซื้อหนังสือเกี่ยวกับผักปลอดสารพิษ
21. สารานุกรมอิเล็กทรอนิกส์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นฐานข้อมูลประเภทใด
1. ฐานข้อมูลบรรณานุกรม
2. ฐานข้อมูลตัวเลข
3. ฐานข้อมูลเนื้อหาฉบับเต็ม
4. ฐานข้อมูลชี้แนะแหล่ง
22. ห้องสมุดประชาชนนิยมจัดหมวดหมู่ทรัพยากรสารสนเทศด้วยระบบใด
1. ระบบโคล่อน
2. ระบบทศนิยมดิวอี้
3. ระบบทศนิยมสากล
4. ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน
23. สัญลักษณ์ของหนังสือต่อไปนี้ เป็นการจัดหมวดหมู่หนังสือประเภทใด
FIC S 312 W
1. หนังสือนวนิยาย
2. หนังสือรวมเรื่องสั้น
3. หนังสือสำหรับเด็ก
4. หนังสือชีวประวัติ
24. การจัดหมวดหมู่หนังสือมีวัตถุประสงค์อย่างไร
1. เพื่อจัดหาหนังสือให้เป็นระบบโดยพิจารณาจากชื่อเรื่องหนังสือ
2. เพื่อรวบรวมหนังสือที่มีวิธีการประพันธ์เดียวกันไว้ในที่เดียวกัน
3. เพื่อจัดทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
4. เพื่อกำหนดเครื่องหมายและตำแหน่งที่ให้บริการหนังสือในห้องสมุด
25. จงเรียงลำดับหนังสือจากเลขเรียงหนังสือต่อไปนี้ให้ถูกต้องตามหลักการเรียงหนังสือบนชั้น
ก S415.P32
ข SF712.N41
ค SD73.2.S152
ง S52.L73
1. ง ก ข ค
2. ค ข ก ง
3. ง ก ค ข
4. ข ค ก ง
26. ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือที่ใช้สัญลักษณ์เป็นตัวอักษรโรมันและเลขอารบิคคือข้อใด
1. ระบบทศนิยมสากล
2. ระบบทศนิยมดิวอี้
3. ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน
4. ระบบหอสมุดแพทย์แห่งชาติอเมริกัน
27. สิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการค้นหาหนังสือบนชั้นหนังสือได้อย่างรวดเร็วคือข้อใด
1. เลขหมู่หนังสือ
2. เลขประจำหนังสือ
3. เลขมาตรฐานสากลของหนังสือ
4. เลขเรียกหนังสือ
28. ข้อใดเป็นสัญลักษณ์ที่ห้องสมุดนิยมใช้แทนสิ่งพิมพ์รัฐบาล
1. SR
2. RL
3. SC
4. GP
29. ห้องสมุดไม่นิยมจัดเก็บหนังสือพิมพ์ฉบับย้อนหลังด้วยวิธีใด
1. นำไปเย็บรวมเป็นเล่มเมื่อได้รับครบปี
2. จัดเก็บไว้ในรูปไมโครฟิล์ม
3. จัดเก็บไว้ระยะเวลาหนึ่งประมาณ 1-2 ปี แล้วคัดทิ้งไป
4. คัดเลือกหนังสือพิมพ์ฉบับสำคัญๆ ถ่ายเป็นวัสดุย่อส่วน
30. SR เป็นสัญลักษณ์ของทรัพยากรสารสนเทศประเภทใด
1. วิดีทัศน์
2. แผ่นเสียง
3. เทปบันทึกเสียง
4. ภาพโปร่งใส
31. แผนที่และภาพโปร่งใสเหมือนกันในข้อใด
1. เป็นสื่อสิ่งพิมพ์
2. เป็นโสตวัสดุ
3. เป็นทัศนวัสดุ
4. เป็นโสตทัศนวัสดุ
32. ข้อใดเป็นวิธีจัดเก็บวิดีทัศน์
1. จัดเรียงขึ้นชั้นรวมไว้กับหนังสือ
2. ใช้สัญลักษณ์ TR และเก็บแยกไว้ต่างหากไม่รวมกับวัสดุอื่น ๆ
3. จัดแยกไว้ต่างหาก และกำหนดสัญลักษณ์ให้ คือ RL
4. จัดแยกไว้ต่างหาก และกำหนดสัญลักษณ์ให้ คือ RL
33. ข้อใดเป็นวิธีจัดเก็บซีดีรอม
1. จัดหมู่โปรแกรมคำสั่งด้วยระบบจัดหมู่
2. จัดเรียงใส่ตะแกรงพลาสติกไว้บนขั้นแบบชั้นหนังสือ
3. แยกเก็บไว้ในตู้เก็บตามหัวเรื่อง
4. จัดเก็บในระบบชั้นปิด
34. บัตรรายการประเภทใดที่บอกให้ทราบถึงจำนวนหนังสือแต่ละหมวดที่ห้องสมุดมีอยู่
1. บัตรแจ้งหมู่หนังสือ
2. บัตรหัวเรื่อง
3. บัตรชื่อเรื่อง
4. บัตรหลัก
จากบัตรรายการข้างล่างนี้ จงตอบคำถามข้อ 35-39
3---- 370.942 Dunford,John <------------ 1
D915E The education system in England and Wales/<--2
5 -------------> John Dunford,Paul Sharp. - - London: Longman,1990<--4
7 -------------> IX, 113p. (The effective teacher series)
8 -------------> Index
ISBN 0-582-009669 <------------ 6
1.Education - - England 2.Sharp,Paul. 3.Title <------------ 9
35. บัตรรายการนี้จัดเป็นประเภทใด
1. บัตรเรื่อง
2. บัตรชื่อเรื่อง
3. บัตรผู้แต่ง
4. บัตรชื่อชุด
36. ส่วนใดของบัตรรายการที่จะนำผู้ใช้ไปสู่หนังสือเล่มที่ต้องการ
1. รายการหมายเลข 2
2. รายการหมายเลข 4
3. รายการหมายเลข 3
4. รายการหมายเลข 13
37. ส่วนใดในบัตรรายการที่แสดงให้ทราบว่า หนังสือเล่มนี้มีเครื่องมือช่วยให้ค้นหัวข้อเรื่องที่ต้องได้อย่างรวดเร็ว
1. รายการหมายเลข 6
2. รายการหมายเลข 7
3. รายการหมายเลข 8
4. รายการหมายเลข 9
38. รายการใดเป็นชื่อชุดของหนังสือเล่มนี้
1. รายการหมายเลข 6
2. รายการหมายเลข 7
3. รายการหมายเลข 8
4. รายการหมายเลข 9
39. รายการในข้อใดเป็นเลขประจำหนังสือสากล
1. รายการหมายเลข 6
2. รายการหมายเลข 7
3. รายการหมายเลข8
4. รายการหมายเลข 9
40 บรรทัดแรกสุดของบัตรรายการ 4 บัตร ปรากฏข้อความดังนี้
ก. สุนทรภู่ ข. สารประเสริฐ,พระ ค. ไสว พัฒโน ง. สอ เสถบุตร
ข้อใดเป็นการเรียงลำดับที่ถูกต้องของบัตรทั้ง 4 นี้
1. ก ข ค ง
2. ข ค ง ก
3. ค ง ข ก
4. ง ข ก ค
41. ข้อใดคือคำหรือวลีที่ใช้แทนเนื้อหาของหนังสือ
1. บัตรเรื่อง
2. หัวเรื่อง
3. บัญชีหัวเรื่อง
4. แนวสืบค้น
42. หัวเรื่องในข้อใดเป็นคำผสม
1. Childrend and Television
2. Children,Psychological aspect of
3. Television - Program for Children
4. Television - - History
43. หัวเรื่องใดเหมาะสมที่สุดเมื่อต้องการค้นหาหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
1. ประวัติศาสตร์ไทย
2. ประวัติศาสตร์ - - ไทย
3. ประเทศไทย - - ประวัติ
4. ไทย - - ประวัติศาสตร์
44. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการใช้หัวเรื่องค้นหาสารสนเทศ
1. ชื่อเทพเจ้าในเทพปกรณัมใช้เป็นหัวเรื่องคำค้นได้
2. คำที่มีความหมายทั่วไปใช้เป็นคำค้นได้ดีกว่าคำที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง
3. ในกรณีที่เป็นคำคุ้นเคยไม่ต้องใช้คำในบัญชีหัวเรื่องมาตรฐานก็ได้
4. ห้องสมุดและองค์กรใหญ่นิยมกำหนดหัวเรื่องใช้เองภายในหน่วยงาน
45. จากบัญชีหัวเรื่องรายการหนึ่ง ปรากฏดังนี้
ดุลการค้า
ดูเพิ่มเติม ดุลการชำระเงิน
X ดุลยภาพการค้า
จงพิจารณาว่าข้อใดถูกต้องที่สุด
1. ดุลการค้าและดุลยภาพการค้าใช้เป็นหัวเรื่องได้
2. ดุลการค้าและดุลการชำระเงินใช้ค้นหาสารสนเทศได้
3. ดุลการชำระเงินและดุลยภาพการค้าใช้เป็นหัวเรื่องได้
4. ทั้งสามหัวเรื่องสามารถใช้ค้นหาสารสนเทศได้
46. แหล่งข้อมูลใดที่ช่วยให้ผู้ทำรายงานภาคนิพนธ์เลือกหัวข้อเรื่องได้เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น
1. รายงานประจำปี อักขรานุกรมชีวประวัติ
2. ดรรชนีวารสาร สารานุกรม
3. สิ่งพิมพ์รัฐบาล หนังสือหายาก
4. ดรรชนีหนังสือพิมพ์ ดรรชนีโสตทัศนูปกรณ์
47. ขั้นตอนใดจัดเป็นการวางแนวของเนื้อหารายงานทางวิชาการ
1. ขั้นสำรวจข้อมูล
2. ขั้นเขียนหน้าสารบัญ
3. ขั้นวางโครงเรื่อง
4. ขั้นเขียนรายงานฉบับร่าง
48. นักศึกษาจะได้รายละเอียดของรายการเอกสารประกอบการเขียนรายงานภาคนิพนธ์จากสิ่งใด
1. บัตรบันทึก
2. บัตรดรรชนี
3. บัตรบรรณานุกรม
4. บัตรจุลสาร
49. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของการเขียนเชิงอรรถแบบเสริมความในรายงานภาคนิพนธ์
1. เพื่อแสดงอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อความในรายงาน
2. เพื่อโยงให้ผู้อ่านรายงานไปศึกษาเพิ่มเติม
3. เพื่อสรุปสาระในเนื้อหารายงาน
4. เพื่ออธิบายเพิ่มเติมเสริมเนื้อหาของรายงาน
50. ต้องการนำโคลงโลกนิติมาประกอบในรายงานภาคนิพนธ์ควรปฏิบัติอย่างไร
1. จัดพิมพ์ด้วยอักษรตัวโตเพื่อความเด่นชัด
2. ขีดเส้นใต้โคลงที่นำมาอ้างอิงทั้งหมด
3. ลอกมาเหมือนต้นฉบับภายใต้เครื่องหมาย" "
4. ลอกมาเหมือนต้นฉบับโดยมีเครื่องหมาย ... ไว้ท้ายโคลง
51. เพื่อมิให้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้ทำผลงานวิชาการควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้อง
1. เขียนรายชื่อเจ้าของผลงานไว้หน้าคำนำอุทิศ
2. กล่าวขอบคุณไว้ในประกาศคุณูปการ
3.เขียนอ้างที่นำมาใช้ในหน้าบรรณานุกรม
4. ทำดัชนีชื่อผู้เขียนผลงานที่อ้างอิงถึงไว้ท้ายรายงาน
52. บรรณานุกรมที่แสดงหลักฐานประกอบการศึกษาค้นคว้าในรายงานแต่ละเรื่อง ควรนำเสนอไว้ส่วนใด
1. ส่วนเนื้อหา
2. ส่วนประกอบตอนท้าย
3. ภาคผนวก
4. รายการอ้างอิง
53. ข้อใดคือความหมายของ "เชิงอรรถ"(Foot note หรือ Note)
1. เป็นการขยายอรรถรสของเนื้อหารรายงานแต่ละเรื่อง
2. เป็นการทำโน๊ตอ้างอิงในเนื้อหาของรายงาน
3. เป็นรายการโน๊ตที่ใช้ประกอบการทำรายงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
4. เป็นการบันทึกหลักฐานประกอบการค้นคว้าที่ท้ายแต่ละหน้าของรายงาน
54. ข้อใดคือรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมของหนังสือที่มีผู้แต่งมากกว่า 3 คน
1. รังสรรค์ แสงสุข และคนอื่นๆ . ความรู้คู่คุณธรรม (RU 100). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545.
2. รังสรรค์ แสงสุข และคณะ . ความรู้คู่คุณธรรม (RU 100) กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545.
3. รังสรรค์ แสงสุข . ความรู้คู่คุณธรรม (RU 100) กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545.
4. รังสรรค์ แสงสุข และคณะอาจารย์ . ความรู้คู่คุณธรรม (RU 100) กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545.
55. ข้อใดคือรูปแบบการพิมพ์รายงานที่ถูกต้อง
1. การพิมพ์รายงานของภาคผนวก ให้พิมพ์เนื้อหาเริ่มจากกลางหน้ากระดาษ
2. การพิมพ์รายงานทางบรรณานุกรม ให้พิมพ์ห่างจากขอบกระดาษ 1.5 นิ้ว ถ้าไม่จบในบรรทัดเดียวกันให้ขึ้นบรรทัดใหม่โดยเริ่มพิมพ์ระยะที่ 6 หรือ 8
3. พิมพ์ข้อความห่างจากขอบกระดาษด้านล่าง 1 นิ้ว ไม่เว้นแม้แต่เป็นการขึ้นหัวข้อใหม่
4. ปกรายงานต้องมีพลาสติกหุ้มเพื่อกันการเปียกชื้น
56. ข้อใดเป็นการลงรายการบรรณานุกรมบทความเรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดย สมศักดิ์ โชคช่วย นำเสนอบนอินเทอร์เน็ต ที่ถูกต้อง
1. ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. โดย สมศักดิ์ โชคช่วย.2545(กันยายน, 12) [Online]. Available URL : http://www.srithai.com/ponsri/
2. สมศักดิ์ โชคช่วย. 2545 (กันยายน, 12) ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. [Online]. Available URL : http://www.srithai.com/ponsri/
3. 1สมศักดิ์ โชคช่วย. 2545 (กันยายน, 12) ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. [Online]. Available URL: http://www.srithai.com/ponsri/
4. 1ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. โดย สมศักดิ์ โชคช่วย. 2545 (กันยายน, 12) [Online]. Available URL : http://www.srithai.com/ponsri/
57. ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตที่ไม่ถูกต้อง
1. เกิดจากการรวมกันของเครือข่ายต่างๆ
2. สามารถติดต่อกันได้ด้วยโพรโตคอล TCP/IP
3. ผู้ใช้ทั่วไปเข้าใช้ อินเทอร์เน็ต ผ่าน ISP
4. คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องมีรหัสประจำเครื่อง
58. ข้อใดไม่ใช่บริการบน อินเทอร์เน็ต
1. IRC, TCP/IP, ARCHIE
2. USENET, VERNICA, TELNET
3. WWW, ICQ, FTP
4. GOPHER,WAIS, E-MAIL
59. ข้อใดคือประโยชน์ของการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
1. สืบค้นที่อยู่ของเพื่อนต่างชาติได้สะดวกรวดเร็ว
2. ใช้ FTP นำโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ได้ฟรี
3. ศึกษา ค้นคว้า วิจัย จากแหล่งสารสนเทศต่างๆ ผ่าน Search Engine
4. ทำธุรกิจระบบพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยได้รับการยกเว้นการเสียภาษี
60. ข้อความใดไม่ถูกต้อง
1. TELNET เป็นบริการสื่อสารแบบ Remote Login
2. WWW เป็นบริการเครือข่ายใยแมงมุม
3. GOPHER เป็นบริการสืบค้นสารสนเทศจากการระบุ Keyword
4. E-MAIL เป็นบริการข่าวสารระหว่างกัน
วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2552
ยินดีต้อนรับสู่บล็อกชาวบรรณารักษ์
ผมสร้างบล็อกนี้เพื่อรวบรวมความคิดของเพื่อนๆ ชาวบรรณารักษ์ ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นสื่อเชื่อมโยงความคิดเพื่อนร่วมอาชีพ และเสนอบทความความคิดเห็นที่คิดว่าเป็นประโยชน์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)